จากนี้ผมจะเล่าเรื่องของผมต่อ
ผมนอนอยู่บนพื้นหิมะ พยายามเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ความคิดแรกของผมคือ “ชายคนนั้นไปไหนแล้ว?” ผมมองไปสุดถนนและก็ทันเวลาที่เห็นเขาวิ่งไปทางขวาขวาที่มุมตึกข้างหน้านั่น
ผมลุกขึ้นทันทีและปัดหิมะออกจากตัวและวิ่งตามหลังชายคนนั้นไป เขาข้ามไปยังอีกฝากถนนและเดินไปยังถนนอีกสายหนึ่ง เมื่อผมไปถึงมุมตึกผมก็เห็นเขาเดินไปยังทางเข้าประตู ผมเดินอย่างรวดเร็วตามถนนที่ไร้ผู้คนและพบว่านั่นเป็นทางลงไปยังห้องเก็บไวน์ที่อยู่ใต้แฟลตและต้องเดินลงไปอีกเพื่อเข้าไปข้างใน มันเป็นสถานที่ที่ผู้ชายใช้แรงงานจะมาเพื่อดื่ม พูดคุยและสูบบุหรี่กัน ผมมองลงไปที่ขั้นบันได มันมีเสียงคุยเบาๆดังออกมา รวมถึงกลิ่นไวน์และบุหรี่ที่ลอยมาเตะจมูก
ผมยืนท่ามกลางหิมะขณะที่ในใจก็คิดว่าควรทำอย่างไรดี แต่ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรดลใจให้เข้าไปในนั้นทั้งๆ ที่ไม่มั่นใจว่าจะเจออะไรบ้าง ผมก้มลงมองรอยเท้าของตัวเอง รอยดำๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นบนหิมะที่ตกมาหมาดๆ มันเป็นรอยเท้าของตัวผมเอง แล้วชายคนนั้นล่ะ อยู่ไหน จิตใจของผมคิดวนเวียน และพยายามที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก้าวลงไปที่ห้องเก็บไวน์นั่น มันเป็นครั้งแรกที่ผมเข้าบาร์แบบนี้
ข้างในนั้นมืดและอุ่นต่างจากด้านนอกมาก ผมค่อยๆปรับสายตากับความมืด และมองไปรอบๆ แต่กลับเจอเพียงแค่กลุ่มผู้ชายไม่กี่คนในชุดทำงานที่คุยกันไปจิบไวน์ไป ผมมองไปที่เคาน์เตอร์ที่ซึ่งผมคาดว่าจะพบกับชายที่ผมกำลังตามหายืนซื้อเครื่องดื่มอยู่ แต่ตรงนั้นกลับมีเพียงชายหนุ่มผมสีอ่อนที่นั่งคุยกับบาร์เทนเดอร์ ทั้งๆ ที่ร้านก็ไม่ใหญ่และผมก็เดินมองทุกซอกมุมอย่างละเอียดแล้วก็ตาม
ไม่มีวี่แววชายคนนั้นเลย ผมจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์
“คนนั้นไปไหนแล้ว?” ผมถามบาร์เทนเดอร์
“คนไหน?” เขาถามกลับมา
“ก่อนที่ผมจะเข้ามา…” “มีอีกคนเข้ามา แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน?”
บาร์เทนเดอร์มองหน้าหนุ่มผมทองราวกับจะพูดว่า “ไอ้บ้าคนนี้เป็นใคร?” ผมจึงตระหนักว่าคำที่ผมพูดนั้นมันแปลกจริงๆ
“ผมขอโทษ” ผมเริ่มอีกครั้ง “ผมแค่อยากจะหาเพื่อนเท่านั้นเอง ผมนึกว่าเขาเพิ่งเข้ามาที่นี่ คุณแน่ใจนะว่าไม่มีใครเข้ามาก่อนผม?”
“ลองไปดูเองนะ” เขาพูดพร้อมชี้ไปที่คนที่อยู่ในนี้
“แต่ไม่มีห้องอื่นในนี้แล้วนี่นา?” ผมถาม
“มีแค่ห้องน้ำ” บาร์เทนเดอร์บอกอีกครั้งพร้อมมองไปที่ห้องน้ำ ผมจึงเดินไปเปิดประตู มันทั้งอับและสกปรก และไม่มีใครอยู่
ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อดี จึงตัดสินใจจะอยู่รอดูสักพัก
“ขอไวน์แดงแก้วหนึ่งครับ” ผมพูดกับบาร์เทนเดอร์ทันทีที่เดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ ผมรอสักพักก็ได้ไวน์แดงมา ผมจึงจ่ายเงินก่อนที่จะเดินไปหาที่ว่างๆในร้าน
แต่ที่นี่ไม่มีเก้าอี้เลย ผมจึงไปยืนพิงกับโต๊ะดูข่าวในโทรทัศน์ที่อยู่มุมร้านเพื่อฆ่าเวลา Andrea ไม่รู้ว่าผมอยู่ที่ไหน ไม่มีใครเดินเข้ามาหรือออกไป ผมดื่มไวน์เพิ่มอีกแก้ว หลังจากนั้นชั่วโมง ผมก็ออกจากบาร์ ทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจอะไรเลย และไม่ใช่ที่ว่าผมดื่มไวน์มากไปตอนท้องว่าง
* * *
“ตัวคุณมีแต่กลิ่นไวน์กับกลิ่นบุหรี่!” Andrea ถาม ขณะที่ผมกำลังถอดเสื้อโค้ทและรองเท้าบู้ทออก “คุณไปทำอะไรมาคะ?”
“โอ้ ผมแค่ไปดื่มกับ Peter เท่านั้น” ผมพูด “เรามีเรื่องถกเถียงกันเรื่องงานนิดหน่อยวันนี้ ผมเลยอยากจะคุยให้รู้เรื่องเพราะเรามีประชุมสำคัญพรุ่งนี้”
อย่าคิดกับผมอย่างนั้นสิ ปกติผมจะพูดเรื่องจริงกับภรรยาผมนะ แต่ผมตัดสินใจแล้วว่ามันคงจะดีกว่าถ้าไม่บอกความจริงในเรื่องนี้ เวลาผมนึกถึงมัน มันฟังดูโง่ๆยังไงไม่รู้ มีคนโผล่มาจากตึก วิ่งมาชนผมล้มลงไปบนหิมะ คนๆนั้นหันมาพูดขอโทษ ผมเห็นว่าคนนั้นเหมือนกับผมมาก แล้วพอผมตามเขาไป เขาก็ไม่ทิ้งรอยเท้าเอาไว้เลย และเขาก็ไม่ได้อยู่ในห้องเก็บไวน์ทั้งๆที่ผมเห็นเขาเข้าไป มันฟังดูเป็นอะไรที่โง่มาก ดังนั้นผมจึงบอกภรรยาไปเกี่ยวกับ Peter แต่เก็บความจริงไว้ ถ้ามันเป็นความจริงนะ
จนถึงตอนนี้ ผมเองก็ยังไม่มั่นใจว่าผมได้เจอกับใครบางคนที่เหมือนกับผมจริงๆ แต่พอผมได้ไปล้างมือในก่อนมื้อค่ำแล้วมองหน้าตัวเองในกระจก ผมรู้ได้ทันทีว่าผมคิดถูก สิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่แค่ใครบางคนที่คล้ายกับผม แต่มันคือ “ตัวผม” ที่ผมเจอ
คืนนั้นผมนอนไม่หลับจริงๆ และยังคงคิดวนเวียนถึงเรื่องเดิมที่เกิดขึ้น Andrea รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอขยับมาใกล้ผมอีกแล้วเอื้อมมือของเธอมาโอบกอดผมไว้
“เป็นอะไรหรือ ที่รัก?” เธอกล่าวกับผมเบาๆ
“อ๋อ เปล่าหรอก” ผมตอบ “แค่ปัญหาเรื่องงาน ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก”
แล้วผมก็จูบเธอเบาๆ
ก่อนที่จะได้พบกับตัวเอง ผมเอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนธรรมดาที่ฉลาดคนหนึ่ง ผมคิดว่าผมเข้าใจว่าโลกรอบตัวผมเป็นไปอย่างไร แม้ว่าจะเป็นโลกใหม่ใน Budapest ก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืนนั้นได้เปลี่ยนบางอย่างในตัวผม และก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจลบออกจากใจไปได้ ผมยังคงเห็นภาพตัวเองที่นอนบนพื้นของถนนที่มืดและปกคลุมไปด้วยหิมะและผมก็มองขึ้นไปยังตัวผมเอง ผมกลัวมากอย่างบอกไม่ถูก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น