วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2552

how-i-met-myself บทที่ 16

Chapter 16 it all happens again
ทุกๆคืนหลังจากนั้น ผมฝันในแบบที่เป็นไปได้ ประตูเปิดออก ผู้ชายวิ่ง เสียงดัง ผู้ชายกำลังมองหาบางอย่าง บางครั้ง มันเป็นผมที่วิ่งออกจากประตู และบางครั้งเป็นผมที่ถูกชนล้มลงพื้น บางครั้งเป็นผมที่มองหาอะไรบางอย่าง บางครั้งเป็นผมมองดูผู้ชายหาอะไรบางอย่าง และตอนหลัง ทุกอย่าง ผมจะได้ยินเสียงของผู้ชายตะโกน “ช่วยด้วย” และ “Andrea kati “
ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมตื่นมาแล้วร้อน หนาว ร้องไห้ ตะโกน และมักจะ กลัวอยู่เสมอ ผมไม่ได้บอก Andrea แต่ผมรู้ว่าเธอรู้ ผมจะบอกได้ว่าเธอตื่นขึ้นมาเมื่อผมตื่น แม้ว่าเธอจะไม่เคยพูดอะไร แต่ผมรู้สึกว่าเธอก็กลัวว่าอะไรเกิดขึ้นกับผมเหมือนกัน.
*
วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม เป็นวันท้องฟ้าสีเทา ฤดูหนาวอากาศเย็นวันนี้ มันไม่มีหิมะตก แต่มันดูเหมือนจะตก ผมตื่นเช้าและไปทำงาน หัวหน้าของผมบอกให้ผมไปที่ออฟฟิศและวางแผนงานใหม่กับเขาก่อนที่จะคุยกันเกี่ยวกับมัน กับ คนอื่นๆ ในวันจันทร์ มันใช้เวลานานมากกว่าที่ผมหวังไว้ และผมก็ไม่ได้กลับบ้านจนถึงหกโมงครึ่ง
“สวัสดี !” ผมตะโกนขณะที่เดินผ่านประตูของแฟลตของเรา “สวัสดี เธออยู่ไหน”
ไม่มีเสียงตอบกลับมา ผมเดินไปยังห้องรับแขก และบนโต๊ะมีโน้ตแปะไว้
ถึงจอห์น
Zsolt โทรมา บอกว่าแม่เขาป่วย ฉันเลยเสนอที่จะดูแลบาร์ให้เขาขณะที่เขาพาแม่ไปหาหมอ
ฉันไม่สามารถให้ petra มาดู kati ได้ฉันจึงพาเธอไปกับฉันด้วย จะไม่นานนะฉันหวังงว่า
พบกันนะคะ
รัก
จาก Andrea (และkati )
เลือดของผมเย็นขึ้น ผมดูนาฬิกา มันเป็นเวลาหกโมงสี่สิบห้านาที ผมวิ่งไปยังฮอลล์ ลืมเสื้อโค้ทและวิ่งลงบันไดและออกไปยังถนน จากนั้นผมเริ่มวิ่งไปยังบาร์ มันก็อีกห้านาทีหนึ่งทุ่ม ผมเลี้ยวขวาไปยัง felka utca ไม่ใช่ซ้ายไปยัง gergely utca และวิ่งไปยังเลขที่ 7 ประตูใหญ่ข้างหน้าถูกเปิดขึ้น ผมวิ่งไปข้างใน ผมหายใจเร็วขึ้นเพราะวิ่งมา ผมได้ยินเสียงของทีวีหรือวิทยุจากหนึ่งในแฟลต
ทันใดนั้น มันมีเสียงดังมากคล้ายระเบิดจากข้างนอกที่ใดที่หนึ่ง หน้าต่างทุกบานเขย่า หนึ่งหรือสองบานถูกเปดออก และเสียงเรียกจากข้างนอกในความมืด
“อะไรน่ะ” คนหนึ่งถาม
“ฉันก็ไม่รู้” อีกคนตอบ
“มันเสียงเหมือนกับระเบิด” คนที่สามพูด
จากนั้น ผมได้ยินบางคนตะโกนออกมาจากข้างนอก “ช่วยด้วย ช่วยด้วย มันมีระเบิดที่ gergely utca ช่วยด้วยทุกคน
ผมวิ่งออกไปยังตึก ประตูปิดเสียงดังข้างหลังผม
ในถนน ผมวิ่งตรงไปยังคนหนึ่ง
“ระวังด้วย” ผู้ชายคนนั้นพูด
เขาล้มลงไปยังพื้น ผมมองลงไปแ ถามตัวเองว่าอะไรที่ผมกำลังจะเห็น นั่นเป็นผู้ชายคนที่ดูเหมือนผมมากอยู่ที่พื้น
“ขอโทษครับ” ผมพูดในภาษาฮังการี
จากนั้นผมวิ่งไปยัง felka utca และข้ามไปยังถนน ใจของผมเต้น ผมกำลังคิดถึงเวลาทั้งหมดเกี่ยวกับอะไรที่ผมจะหา



how-i-met-myself บทที่ 17

Chapter 17 we must get them out
เมื่อผมกลับไปยัง gergely utca ผมหยุดวิ่ง มันยากที่จะเห็น ว่าผมกำลังไปที่ไหน ถนนเต็มไปด้วยควัน เหมือนกับเมฆสีเทาหนาๆอยู่ทุกที่ ผมไม่เห็นอะไรเลย ค่อนข้างมีแก๊สจากท่อในหนึ่งของตึกเก่าพัง และทำให้มีการระเบิดเกิดขึ้น
ผมเอาผ้าเช็ดหน้าออกมา และเอามาปิดปากและจมูก และเดินไปตามถนน มันมีเสียงที่ดังมากจากสัญญาณรถ เริ่มจากการระเบิด ผมพบว่าผมกำลงัเดินอยู่บนแก้วที่แตกจากหน้าต่างที่แตก ผู้คนพยายามที่จะพังชิ้นอื่นๆจากหน้าต่างของเขา และบางคนเริ่มที่จะเอากระดาษและพลาสติกปกคลุมเพื่อนให้แฟลตอบอุ่น
ผมรู้ว่าผมต้องไปที่บาร์ของ Zsolt เพราะว่ามันมีฝูงชนกลุ่มเล็กยืนอยู่รอบๆ ผมมองลงไป มันไม่มีอะไรเลย ผมไม่สามารถมองเห็นทางลงไปได้ หน้าต่างหรือแม้กำแพง มันมีแค่หินที่แตกอยู่เยอะมาก ผมมองและมอง ใจของผมว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
“ภรรยาผม” ผมตะโกนในภาษาฮังการี “ภรรยาและลูกสาวของผมอยู่ที่นั่น เราต้องเอาพวกเขาออกมา ช่วยผมด้วย”
ผู้คนมองมายังผม
“มาเร็ว” ผมพูด มองไปยังผู้คนที่ยืนมองรอบ “เราต้องเอาพวกเขาออกมา”
ผมเริ่มที่จะสั่ง ผมให้ทุกคนยืนในแถวตรงและบอกให้พวกเขาผ่านหินจากการทำลายตึก และให้พวกเขายืนในถนน จากนนั้นผมเอาชิ้นที่หักของไม้และหินออก ผู้คนก็ได้เกิดความคิด และทำงานกันเป็นกลุ่ม ผมดีใจที่ได้เห็นเพื่อนบ้านคนอื่นๆมาและเข้าร่าวม ในอีกด้านของอะไรที่เกิดขึ้นหน้าบาร์” น่าประหลาดใจ ต่อมา ผมลงไปยังสถานที่ที่ทางประตูอยู่
ในขณะเดียวกัน ผมได้ยินเสียงของรถตำรวจ รถดับเพลิง และรถพยาบาล เข้ามาใกล้ และผู้คน พวกเขาหยุดแล้วมาช่วยผม
“เกิดอะไรขึ้น” ผมตะโกน “เราต้องเอาภรรยาและ..”
“เร็วครับคุณออก “ เสียงพูด ผมมองขึ้นไป ในแสงสีเทา คนผู้พูดดูใหญ่และดำเหนือผม
“แต่ภรรยาและลูกสาวของผม อยุ่ในนี้” ผมตะโกน
“เราต้องเอาพวกเขาออกมา”
และผมก็ปาชิ้นส่วนของไม้และหินที่ผมเอาไว้ในมือไปยังถนน และกลับมาเพื่อจะเอาอีกจากประตูที่พัง แต่ทันใดนั้น มือแข็งแรงก็จับผมและดึงผมขึ้นไปยังถนน
“ออกมาครับคุณ” เสียงนั้นพูด
“แต่ภรรยาผม”
“ผมเข้าใจครับ” เสียงนั้นพูด ซึ่งผมรู้แล้วว่ามาจากพนักงานดับเพลิง “แต่มันอันตรายเกินไปสำหรับคุณที่จะเข้าไปในนั้น ให้พวกเราไปเถอะครับ ในนั้นเต็มไปด้วยแก๊ส คุณไท่ได้กลิ่นมันหรือ ? “
ผมสามารถดมได้ตอนนี้ ผมหยุด และผมก็รู้สึกว่าอยู่ในตัวผม
พนักงานดับเพลิงปล่อยผมไป และผมก็ล้มลงไปยังถนนและร้องไห้
ผมถูกพยุงขึ้นโดยหลายมือ และจากนั้น ผมก็นอนในด้านหลังของรถพยาบาลที่จอดห่างออกไปไม่กี่เมตรจากถนน ผมไอเยอะมาก ดังนั้นพยาบาลเลยวางอะไรบางอย่างบนหน้าผมเพื่อช่วยผมหายใจ ผมเริ่มรู้สึกดีขึ้นและพยายามจะลุกขึ้นนั่ง
“นอนลงเถอะค่ะ” พยาบาลพูด “คุณต้องพักผ่อนช่วงหนึ่ง”
“แต่ภรรยาและลูกสาวของผมอยู่ในห้องใต้ดิน” ผมพูด “ผมต้องตามหาพวกเขา”
“คุณไม่สามารถทำอะไรได้ตอนนี้ค่ะ” น้ำเสียงที่จริงใจ “ พักผ่อนเถอะค่ะ”
ผมต้องนอนช่วงสองสามนาที เมื่อผมตื่นขึ้น ผมนั่ง จากนั้นก็ยืนขึ้น และเดินไปยังถนน พนักงานรถพยาบาลยืนข้างนอก
“คุณรู้สึกดีขึ้นแล้วหรอครับ?” หนึ่งในนั้นถาม
“ดีขึ้นมากแล้วครับขอบคุณ” ผมตอบ “มีข่าวอะไรไหมครับ”
“ยังไม่มีครับ” พนักงานอีกคนหนึ่งพูด
ผมเดินผ่านฝูงคนที่ตอนนี้มากขึ้นแล้ว อากาศก็ดีขึ้นตอนนี้ด้วย แต่ถนนก็เต็มไปด้วยแสงสีฟ้า พนักงานดับเพลิงติดตั้งไฟไปข้างหน้าบาร์ของ zsolt ดังนั้นพวกเขาเลยเห็นว่าอะไรที่กำลังจะทำ และตำรวจก็กันผู้คนออก
“สวัสดีตอนเย็นครับ คุณ “ พูดโดยตำรวจหนุ่มนั่งหน้ารถตู้ “นั่งสิ่ครับ”
ผมนั่งตรงข้ามกับเขา
“มีข่าวอะไรบ้างหรือเปล่าครับ”
“รู้สึกว่ายังไม่มีครับ” เขาพูดหน้าตาจริงจัง “ผมขอถามข้อมูลบางอย่างได้ไหมครับ”
และหลังจากห้านาทีต่อมา ผมพูดความจริงและวันที่เกี่ยวกับตัวผม Andrea และ kati ให้เขาฟัง ซึ่งเขาก็จดลงกระดาษเยอะมาก เขาถามผมด้วยว่าผมรู้เกี่ยวกับบาร์และผู้คนที่ทำงานอยู่ที่นั้น และใครจะอยู่ข้างในเวลาเกิดระเบิดขึ้น
“ผมควรทำอย่างไรดี” ผมถาม รู้สึกไม่แน่ใจในตัวเอง
“คือคุณครับ” เขาตอบ “คุณอยู่ใกล้ ดังนั้น ทำไมคุณไม่กลับไปที่บ้านและรอที่นั่นล่ะ? ผมจะเอาเบอร์โทรคุณไป และจะโทรหาคุณทันทีที่มีข่าว”
“โอเค” ผมพูด “ขอบคุณครับ”
ผมออกจากรถตู้ และก็กลับไปยังฝูงชน ออกจากแสงไฟและเสียงข้างหลังผม ผมรู้สึกแย่มาก ลึกข้างใน ผมไม่เชื่อว่าใครก็ตาม ในห้องใต้ดินนั้น จะมีชีวิตผ่านการระเบิดนั้น บาร์ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง มันเป็นไปม่ได้ที่ Andrea และ kati จะมีชีวิตอยู่
จากนั้นผมเริ่มที่จะคิดเกี่ยวกับความโ.ที่ผมเป็นอยู่ ทำไมผมไม่บอกเอาเดรีย ว่าผมเห็นอะไรในความฝัน และอะไรที่ผมรู้จากคุณ fischer ผมไม่เชื่อว่าตัวเองฆ่าภรรยาและลูกสาวของผม และทั้งหมดเพราะว่าผมสนใจในเรื่องของ doppelenger ที่จะคิดรอบคอบเกี่ยวกับคนสองคนที่รักที่สุดในโลก และก็สนในในเรื่องของdoppelenger ที่ต้องการจะบอกผม...ทำไมผมถึงโง่อย่างนี้ บาร์ถูกทำลาย ภรรยาและลูกก็ตาย และชีวิตผมตอนนี้ก็ถูกทำลายแล้ว ผมคงไม่มีความสุขอีกต่อไป

how-i-met-myself บทที่ 15

Chapter 15 I discover some more facts
วันต่อมา ผมกำลังเดินกลับบ้านจากที่ทำงาน แน่นอนผมกำลังถามตัวเองว่าผมควรไปพบกับ doppelganger ของผม janos szabo ไหม สำหรับครั้งที่สามของวันที่ 18 มกราคม
ขณะที่ผมกำลังเดินมาตามถนน ผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งจัดป้ายใหม่บนร้านเก่า มันมีชื่อเจ้าของเป็นสีแดง และข้างล่างเป็นคำว่าท szabo ในสีเขียว ในหน้าต่างมันมีสูท แจ็คเก็ต และกางเกง szabo ช่างตัดเสื้อ ช่างตัดเสื้อกำลังนำป้ายใหม่ขึ้น Szabo ผมคิด จากนั้นผมก็พูดว่า janos szabo ออกมาดัง จากนั้นผมคิด janos ช่างตัดเสื้อ john ช่างตัดเสื้อ john taylor ! ผมหยุดที่ถนน janos szabo ก็คือ john taylor ! doppelganger ของผม และผมแบ่งชื่อกัน john taylor คือชื่อภาษาอังกฤษแต่ภาษาฮังการีคือ janos szabo ขนผมลุกขึ้น นี่คือสิ่งที่ใหม่และสำคัญ เราใช่ชื่อร่วมกัน !
ผมต้องดื่ม ดังนั้นผมเลยไปไปที่บาร์ของ Zsolt และคิดเกี่ยวกับอะไรที่ผมพบ ผมพยายามจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี ผมควรบอก Andrea ไหมเกี่ยวกับเรื่องนี้ ? บางทีอาจจะช่วยให้เธอเชื่อผม? ผมไม่รู้ ผมจำได้ว่าผู้ชายในความฝันเมื่อคืน ที่ห้องใต้ดินที่ถูกทำลาย กำลังหาอะไรบางอย่าง ผมตัดสินใจจะไปหาคุณ fischer อีกครั้ง
ผมเดินเร็วไปยัง felka utca และเข้าไปข้างในและขึ้นลิฟต์ไปยังแฟลตของเธอ
“คุณจำผมได้ไหม ผมเข้ามาถามคุณเกี่ยวกับ janos szabo ไงครับ คุณ fischer “ ผมถามเมื่อเธอให้ผมเข้าไปข้างใน
“โอ้ ชายหนุ่มผู้น่าสงสาร” เธอกล่าว แล้วมองมาที่ผมอย่างเศร้า “และคุณรู้อะไรไหม คุณดูเหมือนกับเขาด้วย”
นี่ค่อนข้างจะแปลกใจมาก “จริงหีรอครับ” ผมถาม
ผมเคลื่อนตัวไปยังไฟที่แข็งแรงในห้อง
“ใช่” เธอพูด มองดูที่ผมอย่างรอบคอบ “ คุณดูเหมือนมาก จมูก ตา ปาก เหมือนมากจริงๆ ฉันไม่ได้มองคุณรอบคอบตอนที่คุณมาครั้งก่อน โอ้ ชายหนุ่มผู้น่าสงสาร”
ผมคิดว่าตัวผมกำลังร้อน
“คุณ fischer ครับ ผมมาเพื่อถามคุณบางอย่างที่ยาก “ ผมพูด จากนั้นผมเดินต่ออย่างช้าๆ เพราะว่าผมกลัวคำตอบของเธอที่เป็นไปได้ “คุณจำชื่อของภรรยาและลูกสาวที่ถูกฆ่าที่ห้องใต้ดินได้ไหม ? “
“คือว่า ฉันรู้ว่าภรรยาชื่อ Andrea “ เธอเริ่ม และผมรู้สึกว่าหน้าของผมซีด “แต่ ลูกสาวตัวเล็กของเธอ..ของคิดก่อนนะ”
“มันไม่ใช่....” ผมคอย และจากนั้นพูด “ มันไม่ใช่ kati ใช่ไหม? “
คุณ fischer มองดูฉันและยิ้ม “ใช่ นั่นมันใช่” เธอพูด “น่าจะถูกต้อง Andrea และ kati ครอบครัวของเขา”
ผมขอบคุณเธอและออกอย่างรวดเร็วเท่าที่ทำได้ หัวของผมหมุนละหมุน ผมรู้สึกป่วย ข้างนอก ในถนนที่หนาว ผมยืนตรงข้างกำแพงของตึก มันมีสางใหม่มากมายอยู่ในหัวของผมที่จะเข้าใจ doppelganger ของผมมีชื่อเดียวกับผม szabo หรือ taylor ผมเหมือนกับเขา และภรรยาและลูกสาวของเขาก็มีชื่อเหมือนกับของผม!
ผมเริ่มถามตัวเองว่าสิ่งที่เกี่ยวกับชีวิตของเราเหมือนกันเท่าไหร่ อาทิตย์หน้า ผมไปที่ ออฟฟิศอัดเสียงสาธราณะ ในช่วงพักเที่ยง นี่เป็นออฟฟิศที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้คนที่อาศัยอยู่ในฮังการี วันนี้ และ ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั้นในอดีต ผมถามประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับ janos zsabo ผู้เคยอยู่ที่ felka utca ในปี 1945 และตายปี 1956 มันเป็นเรื่องประหลาดใจง่ายมาก เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของพวกเขา ตอนนี้ ผมเกือบจะคาดข้อมูลได้ว่า ผู้ช่วยจะให้ข้อมูลว่า janos เกิดวันที่ 23 ตุลาคม
นั่นเป็นวันเกิดของผมเช่นเดียวกัน
ตอนนี้ผมมั่นใจว่าเรื่องจริงทั้งหมดดนี้เกี่ยวกับชีวิตของเขาและผม ไม่เพียงเหมือนกันเท่านั้น แต่doppelganger กำลังจะบอกผมบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญ แต่ผมไม่รู้ว่าคืออะไร ผมต้องการจะพูดเกี่ยวกับมันกับ Andrea แต่นั่นก็ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ อย่างแรกเลย เธอจะไม่ฟังผม และจากนั้นแม้ว่าเธอฟังแล้ว ผมก็ไม่คิดว่าเธอจะเข้าใจ ไม่ก็เธอก็จะไม่ต้องการที่จะเข้าใจ เพราะเธอกังวลเกินไปกับเรื่องนี้ ผมตัดสินใจจะรอและดู ว่าผมสามารถเจอกับ dopperlganger ของผมอีกครั้งในวันที่ 18 มกราคมไหม

how-i-met-myself บทที่ 18

Chapter 18 unexpect help
ผมเดินผ่าน gergely utca อย่างช้า รู้สึกราวกับว่าผมอยากตาย ผมไม่ได้มองว่าผมกำลังจะไปที่ไหน ผมมองลงไปยังพื้น ไม่มีความคิดอะไรแล้ว ทันใดนั้น เมื่อผมถึงหัวมุม ผมชนบางคนเข้า
“ขอโทษครับ” ผมพูด เงยหน้าขึ้น
ผมเห็นมือคือบางคนเหมือนผม มันคือ แฝด ของผมอีกแล้ว เรามองไปยังตาของอีกฝ่าย และจากนั้นเขาก็ยกแขนขึ้นและชี้นิ้ว ผมมองเมื่อเขาชี้นิ้ว และผมก็เฆ้นคนสองคนตรงทางสุดของถนนมืด คนหนึ่งคือผู้หญิง อีกคนหนึ่งคือเด็ก ผมแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ขณะที่ผมเริ่มวิ่ง ผมมองกลับไปยังผู้ชาย
ไม่มีใครอยู่ที่นั่น
“ขอบคุณพระเจ้า” ผมพูดเป็นครั้งสุดท้าย “ผมคิดว่า...ผมคิดว่า.คุณ”.
“ชูส์” Andrea พูด แล้วก็เอามือของเธอปิดปากผมไว้ “และเราก็คงเป็น ถ้าไม่เจอเพื่อคุณ
“เพื่อนคนไหนล่ะ?” ผมถาม “Zsolt ? หรอ”
“ไม่ใช่จอห์น” เธอพูดแล้วหัวเรา “แฝดของคุณไง”
“ของผม..” ผมยืนพร้อมปากอ้า. “คุณหมายความว่ายังไงล่ะ?”
และเอนเดรียเลยอธิบายให้ผมฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
“ฉันเดินไปยังบาร์กับเkati พร้อมที่จะช่วยระหว่างที่ zsolt ออกไปหาหมอ zsolt ยืนที่ถนนนแล้วเมื่อฉันไปถึง เขาบอกฉันว่าที่นั่นไม่มีใครอยู่ที่บาร์เลย และเราเลยยืนคุยกัน 2-3 นาที จากนั้นเขาก็ขึ้นรถไป และออกไปรับแม่ไปหาหมอ เมื่อฉันหันกลับจะลงไปยังบาร์ ฉันเห็นคุณยืนอยู่หน้าทางเข้า ฉันเรียกชื่อคุณ และถามคุณว่าคุณต้องการอะไร แต่คุณก็ไม่พูดอะไร และฉันเลยพยายามจะลงไปที่บาร์ คุณไม่ได้ขยับ ฉันบอกให้คุณขยับออกไปแต่คุณก็ไม่ จากนั้น kati ก็เริ่มร้องไห้ ฉันถามเธอว่าเกิดอะไรขึ้น “เห็นไหมล่ะจอห์น คุณทำเธอร้องไห้” ฉันพูดกับคุณ kati ร้องไห้และส่ายหัว “ไม่ใช่พ่อค่ะ “ เธอพูด “ไม่ใช่พ่อ”
ฉันมองดูที่ผู้ชายข้างหน้าฉันอีกรอบ อย่างรอบคอบ เพราะฉันดูในแสงฤดูหนาวที่มือ..จากนั้นฉันก็คิดว่าต้องเป็นแฝดของคุณแน่ เสื้อโค้ทแตกต่างกัน มันดูไม่ทันสมัย ทันใดนั้น ฉันก็จำได้ว่าอะไรที่หนังสือที่คุณซื้อมาพูดเกี่ยวกับแฝด ในนั้น
“มันเป็นบางครั้งที่สามารถถูกเห็นโยบางคนที่ใกล้ตัว ถ้ามีข้อความที่สำคัญ” ขณะที่ฉันมองเขา ผู้ชายชี้ลงไปที่ถนน ฉันมองตามไป มันไม่มีอะไร
ฉันมองผู้ชายและถามเขาว่าตั้งใจจะชี้ลงไปที่ถนน และในที่สุด ฉันก็เข้าใจว่าเขาต้องการให้ฉันออกไปและฉันก็ทำ ฉันเดินกลับบ้าน เมื่อเรากลับมาที่บ้าน kati ก็งีบหลับที่โซฟา ขณะที่เธอกำลังหลับอยู่ ฉันก็ชงชา ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดจากที่ไหนสักแห่งข้างนอก มันค่อนข้างเป็นเสียงที่ไกลออกไป มันทำให้ฉันปลุก kati และ สวมเสื้อให้เธออีกครั้ง และเราก็มาเจอว่าอะไรที่เกิดขึ้น แน่นอน ฉันกลัวจริงๆที่คุณอยู่ในบาร์จอห์น “
เรามองกันและกันขณะที่เราออกจากประตูของแฟลตที่เราอยู่
“มันเป็นเรื่องที่แปลกมากนะ” ผมพูด
“ใข่มากๆเลย” Andrea พูด “คุณต้องเขียนลงไปนะ”
“ผมจะเขียน” ผมพูด
และเราก็เข้าไปข้างในและปิดไฟ...*

เฮ้อ จบซะที แต่แนะนำควรอ่านเล่มจริงด้วยนะ เพราะอันนี้มันเป็นแค่สรุป

how-i-met-myself บทที่ 13

Chapter 13 problem at home
ผมไม่แน่ใจว่าผมเดินกลับไปที่แฟลตของเราได้อย่างไร ผมกังวลเป็นอย่างมาก เอนเดรียมาที่บ้านกับ kati ตอน 2 ทุ่ม และพาเธอเข้านอน ผมอยากจะบอก Andrea ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ผมไม่รู้จะพูดว่าอะไรเพราะว่าเธอโกรธมากเกี่ยวกับมันตอนบ่ายนั้น ผมต้องการจะพูดเกี่ยวกับอะไรที่ผมบอกเธอ ผมทั้งสนใจและกลัวในเวลาเดียวกัน
“Andrea” ผมเริ่ม “ผมรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น”
เธอไม่ได้ตอบ เธอกำลังดูหนังสือพิมพ์
“Andrea”ผมลองอีกครั้งคุณอยากให้ผมบอกไหมว่าผมรู้อะไร?”
เธอมองมายังผมแบบเย็นชา
“คือ จอห์น “ เธอพูด “คุณรู้ว่าฉันพอแล้วเกี่ยวกับเรื่องของคุณ แต่ฉันก็หวังว่าจะได้ยินตอนต่อไป เอาเลย” เธอดูเหนื่อยและเป็นกังวล
ผมบอกเธออะไรที่คุณ fischer พูด อย่างรวดเร็วและเงียบ เธอมองผมขณะที่ผมพูด เมื่อผมพูดเสร็จ เธอก็พูดว่า “แล้วยังไงต่อ? “
“คือ.คุณไม่เข้าใจหรอ นั่นมันเขา คนที่ผมเห็นทุกวันที่ 18 มกราคม” ผมตอบ
“ใคร” Andrea ยถาม
“janos szabo ไง” ผมพูด
“โอ้จอห์น” เธอบอก “คุณจะเห็นคนตายแล้วได้อย่างไร? ฉันคิดว่าคุณต้องป่วยแล้วล่ะ “
“คุณหมายความว่ายังไง” ผมถาม
“ฉันหมายความว่าคุณต้องเหนื่อยมากจากงานและเพราะลูก” เธอพูดต่อ “และคุณก็ต้องการความช่วยเหลือจากหมอ”
“แต่ Andrea” ผมตะโกน “คุณมากับผมในวันนที่ 18 มกราคม และเห็นว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“จอห์น จำไว้นะว่าฉันเห็นทั้งหมดคือคุณล้มลงและตะโกน “ เธอบอก
ผมนั่งมองเธอโดยไม่ได้พูดอะไร ภรรยาผมไม่เชื่อผม เธอคิดว่าผมป่วย และแน่นอน ผมรู้ว่าทั้งหมดนั่นจริง ผู้ชายคนนี้ janos szabo doppelganger ของผม อยู่ที่นั้นด้วยเหตุผล เขาอยู่ที่นั่นเพื่อที่จะบอกอะไรบางอย่างกับผม ช่วยผมในทางหนึ่ง
ผ่านสองสัปดาห์ต่อมา ผมพยายาที่จะคุยเกี่ยวกับมันกับ Andrea แต่เธอไม่เคยต้องการที่จะฟังผม น่าเศร้า doppelganger ของผม ดูเหมือนกำลังสร้างกำแพงระหว่างเรา เวลาที่คุยกันกลายเป็นเรื่องที่ยากกว่าที่เคยเป็นมา เรามักจะใช้เวลาช่วงเย็นโดยไม่ได้คุยกันเท่าไหร่นัก หรือไม่ก็ภรรยาของผมก็นอนเร็ว เธอบอกว่าเธอเหนื่อยหลังจากวันที่ดูและ kati และผมก็จะยู่ดูหนังเก่าในทีวี จนถึงชั่วโมงใกห้เช้า
ผมคิดเกี่ยวกับมันอย่างรอบคอบ อีกครั้ง และ อีกครั้ง บางอย่างเป็นความจริง ผู้ชายที่ชื่อjanos szabo เคยอยู่ที่ เลขที่ 7 felka utca วันที่ 18 มกราคม 1945 ภรรยาและลูกสาวของเขาถูกห๋าในห้องใต้ดิน ที่ซึ่งตอนนี้คือบาร์ของ Zsolt ใน gergely utca สิ่งอื่นี่ยากที่จะเข้าใจ ผมเคยอยู่ข้างนอกของตึก felka utca สองรอบในวันครบรอบของวันที่ 18 มกราคม และผมก็พบผู้ชาย และเขาก็เหมือนกับผม มันหมายความว่าอย่างไรกัน ?

how-i-met-myself บทที่ 14

Chapter 14 another year goes by
ปีหนึ่งผ่านไปเร็วมากๆ Andrea และผมยังอาศัยอยู่ที่แฟลตเดิม เรานอนเตียงเดิม และ กินอาหารเดิม เราทั้งคู่ดูแลลูกสาวตัวเล็กที่น่ารักของเรา แต่จริงๆเราไม่ได้สนิทกันอีกต่อไปแล้ว นั่นเพราะว่า janos szabo ยืนระหว่างเรา ผมใช้เวลานานที่ทำงานในแต่ละวัน และค่อนข้างที่จะทำงานวันเสาร์ด้วย ผมมักจะดื่มไวน์ที่บาร์ของ zsolt ในสองหรือสามวันในตอนเย็นของแต่ละอาทิตย์ ในสองวันตอนเย็นของแต่ละสัปดาห์ เอนเดรียจะไปเล่นโยคะ
ดังนั้นสิ่งต่างๆเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างช้าๆ เรามีเวลาที่ดีเมื่อเราพาkati ไปเยี่ยมอังกฤษครั้งที่สองในเดือนสิงหาคม อังกฤษอยู่ห่างจากบูดาเปสมาก และที่นั่นมีหลายอย่างให้เห็นและให้ทำ และเพื่อนๆมากมาย และครอบครัว ที่ไปเยี่ยม ที่ผมสามารถที่จะลืมเกี่ยวกับการพบกับตัวเองได้
แน่นอน ทุกคนรัก kati เธอเป็นเด็กตัวเล็กที่น่ารักมีความสุข และนี่ดูเหมือนจะช่วยให้ Andrea และผม จะสร้างความรักของเราให้กันและกันอีกครั้ง ค่อนข้างจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของหน้าร้อนเมื่อเราพา kati ไปยังทะเลครั้งแรก เธอชอบเล่นน้ำ และเล่นบนหาดทราย เราสนุกสนานที่เล่นกับเธอ หลังจากที่เรกลับมาจากการพักร้อนในเดือนกันยายน สิ่งต่างๆดูเหมือนจะดีขึ้นที่บ้านด้วยเช่นกัน ผมเริ่มที่จะทำงานสำคัญบางอย่าง ซึ่ง ใช้เวลามากกว่าเวลาของผม เอนเดรียตัดสินใจว่าเธอต้องการจำทำงานอีกครั้ง ดังนั้นเราเลยให้ kati ไปเรียนที่โรงเรียนที่น่ารักสำหรับเด็กเล้ก มันเพิ่งจะตอนเช้าในตอนแรก แต่เด็กหญิงตัวเล็กก็ชอบมันมาก ในเดือนพฤศจิกายน เราปล่อยให้เธออยูทั้งวัน Andrea สอนภาษาฮังการีเล็กน้อยที่นี่และก็ช่วย zsolt ที่บาร์ของเขาอีกครั้ง สำหรับคู่รักในตอนเช้าของสัปดาห์ มันดูเหมือนว่าปัญหาของเราได้หายไปแล้ว
เราใช้เวลาในช่วงหยุดคริสมาสที่บ้านของเราเอง เป็นครอบครัวที่เล็กมีความสุข จากนั้นปีใหม่เราก็ได้ไปที่ต่างจังหวัด ไปอยู่กับครอบครัวของ Andrea เป็นปกติ เรามีเวลาที่ดีที่นั่นกันมาก
เพียงแค่เมื่อผมกลับไปทำงานวันที่ 6 มกราคม และเริ่มที่จะหาวันที่จะเสร็จงานที่ผมทำอยู่ นั่นเป็นวันที่ 18 มกราคมอีกครั้งหนึ่ง ผมต้องการที่จะพูดกับ Andrea เป็นอย่างมากเกี่ยวกับมัน แต่ก็กลัวว่าจะทำลายความสุขที่เราพบกันอีกครั้ง
ดูเหมือนจะให้ผมจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นวันที่ 18 มกราคมเมื่อสองปีก่อน ผมฝันร้าย มันเป็นฝันแบบเดิม ประตูใน felka utca เสียงดังจากที่ไหนที่ใกล้ ผู้ชายวิ่งออกมา ผมล้มลงที่สนาม ผู้ชายคนนั้นวิ่งไปยังถนนน ผมตามเขาไป และตอนนี้ผมมองเขาเพราะเขาเริ่มมองบางอย่างในห้องใต้ดินที่ถูกทำลาย ใน gergely utca
ทันใดนั้น ผมตื่นขึ้น และตะโกนว่า “ช่วยด้วย ! “ ผมร้องไห้และร้อนมาก ผมรู้สึกหวาดกลัว
Andrea ตื่นขึ้น “ เป็นอะไรจอห์น “ เธอถาม เธอดูตกใจมาก
ผมมองไปที่เธอ และดึงเธอให้มาใกล้ผม ผมมีความรู้สึกที่แย่มากในฝันครั้งนี้ และการพบกับตัวเอง มีบางอย่างที่ต้องทำกับเธอ

how-i-met-myself บทที่ 12

บทที่ 12 มองหาความจริง

ผมยืนมองประตูที่ปิดและฟัง Andrea ลงลิฟต์ไปยังชั้นล่าง ผมพยายามตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป ผมรู้ว่า Andrea เหนื่อยกับเรื่องของ doppelganger แต่ยังไงผมก็เหนื่อย และผมก็รู้ว่าเธอต้องการให้ผมใช้เวลากับเธอและลูกให้มากขึ้น ผมก็อยากเป็นอยากนั้นเหมือนกันแต่ผมก็ต้องการที่จะรู้ว่าทำไมมันเรื่องนี้ถึงเกิดขึ้นกับผม
หลังจากนั้นไม่กี่นาที ผมสวมเสื้อโค้ทแล้วเดินมารอบๆ gergely utca และเจอแม่บ้านอีกครั้ง เวลานี้ผมต้องคุย ผมถามคำถามมากมาย เช่น มีครอบครัวชื่อ Szabo ในแฟลตนี้ไหม ไม่มี มีครอบครัวชื่อว่า Szabo ในเวลาที่เธอเป็นแม่บ้านไหม ไม่มี มีคนแก่อาศัยอยู่ในตึกนี้ไหม มีเพียงนางKovacs ที่อยู่ชั้น 2 อายุประมาณเจ็ดสิบ ผมจึงตัดสินใจที่จะถามเธอ
เธอเป็นคนแก่ที่น่ารัก แต่เธอก็ย้ายมาที่แฟลตตอนปี 1979 หลังจากสามีของเธอตาย เธอเลยสนิทกับลูกสาวของเธอและครอบครัวที่อาศัยอยู่ใกล้ๆ
หลังจากนั้น ผมก็เดินไปรอบๆ หมายเลข 7 felka utca และก็พบแม่บ้าน ผมถามเธอคำถามเดิมๆ และผมก็มีความสุขมาก เมื่อเธอบอกผมว่าเคยมีครอบครัว Szabo อยู่ที่ชั้นสาม!
ผมขึ้นลิฟต์ไปและก็พบแฟลต ประตูเปิดออกโดยผู้ชายตัวใหญ่ที่สวมเสื้อกั๊กสกปรก
“ คุณ Szaboหรือครับ ? “ ผมถาม ชักจะไม่แน่ใจในตัวเอง
“ใครอยากจะรู้” เขาตอบ ดูโกรธๆ
“เอิ่มม เออ ผมกำลังหาญาติของภรรยาผมของในครอบครัว Szabo “ ผมพูด คิดอย่างเร็ว” “ผม เอ่ออ คุณจะช่วยผมได้ไหม?”
“คุณอยากจะรู้อะไร” เขาถาม ด้วยน้ำเสียงแย่ๆ
“ครอบครัวของคุณอยู่ที่แฟลตนี้ตอนที่สงครามจบใช่ไหม ? “ ผมถาม
“ไม่ใช่กงการอะไรของคุณ “ เขาตอบ และเริ่มที่จะปิดประตู
“ได้โปรดเถอะ คุณ Szabo “ ผมพูด “ผมมาไกลมากและมันสำคัญมากสำหรับผมนะครับ”
“นี่” คุณ Szabo พูด “ผมจะรู้ได้ไงว่าคุณไม่ใช่ตำรวจหรือนักสืบอะไรทำนองนั้น
“คุณ szabo มองที่ผมสิ” ผมตอบ “ผมเป็นคนอังกฤษ ผมทำงานกับคอมพิวเตอร์ ผมแค่ต้องการรู้ว่าครอบครัวของคุณอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงสงครามไหม”
เขาดูจะนุ่มนวลลงหน่อย
“ไม่ พ่อแม่ของฉันย้ายมาที่นี่หลังจากมีการปฏิวัติ ในปี 1956 “ เขาพูด “ตอนนี้พวกเขาตายแล้ว ฉันเกิดที่นี่ในปี 1958 โอเคไหม ? “
“ครับ” ผมตอบ “ขอบคุณมากสำหรับเวลาของคุณ”
ผู้ชายอะไรน่ากลัวจัง ผมคิดขณะเดินกลับไปยังลิฟต์ และอะไรอีก ไม่ใช่คนที่ผมต้องการ
ผมเดินกลับไปยังผู้ดูแลบ้าน
“ไม่ใช่ Szabos ที่ถูกนี่ครับ “ ผมพูดเมื่อเธอมายังประตู
“ตายจริง” เธอพูด “ขอโทษ แต่เราไม่มีอีกแล้วค่ะ”
“แต่ว่า มีใครที่อายุเยอะๆอีกไหมครับ” ผมถาม “หรือว่ามีครอบครัวที่อาศัยอยู่ที่นี่มานานมากแล้วครับ ? “
“มี” เธอตอบ “มีอยู่คนหนึ่ง คือนาง Fischer ที่ชั้น 4 เธออยู่ที่นี่มานานแล้วล่ะ”
“โอ้ เยี่ยมมากเลยครับ “ ผมตอบด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณครับ”
ผมกลับไปยังลิฟต์และขึ้นไปยังชั้น 4 และก็พบแฟลตที่ถูกต้อง
ผมกดกริ่งอีกครั้ง และ อีกครั้ง ก่อนที่หญิงแก่จะเปิดประตู เธอหูไม่ค่อยดีนัก แต่เธอก็ให้ผมเข้าไปในครัวของเธอ และเชิญผมดื่มกาแฟ
“คุณ Fischer ครับ คุณอยู่ที่นี่ ใน Felka utca ใช่ไหม? “ ผมต้องพูดคำถามแต่ละคำถามสามรอบก่อนที่เธอจะเข้าใจที่ผมพูด เนื่องจากภาษาฮังการีของผม และ หูที่เป็นปัญหาของเธอ
“ตั้งแต่ ปี 1937 จ้ะ” เธอตอบ “ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่ตอนยังสาวๆกับสามี ชื่อ ปาล เขาตายเมื่อ 5 ปีที่แล้ว”
“ผมเสียใจด้วยนะครับ “ ผมพูด “คุณอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงสงครามหรือเปล่าครับ?”
“ใช่ “ เธอตอบ “คือว่า ฉันใช่ สามีของฉันออกไปรบหลายรอบมาก “
“คุณอยู่ที่นี่ในปี 1945 ตอนที่ชาวรัสเซียฆ่าชาวเยอรมัน หรือเปล่าครับ “ ผมถาม
“ใช่ ใช่ “ นาง Fischer ตอบ “เราไม่รู้ว่าใครแย่กว่ากัน พวกเยอรมันหรือว่ารัสเซีย! “
“แล้วคุณจำได้ไหมว่ามีคนอื่นที่อาศัยอยู่ตึกนี้ไหม? “ ผมกล่าวต่อ
“ได้บางคน” เธอตอบ “ผู้คนมากมายถูกฆ่า” ตอนนี้เธอดูเสียใจเกี่ยวกับการคิดถึงวันเวลาที่แย่ๆอีกครั้ง
“คุณพอจะจำครอบครัวที่ชื่อ szabo ได้ไหมครับ” ผมถาม
เธอมองผมด้วยสีหน้าแปลกๆ ผมคิดว่าเธอกำลังจะบอกว่าจำอะไรไม่ได้ ทันใดนั้นเธอก็พูดอย่างเงียบๆว่า “โถ โถ janos “ผมมองเธอและคอย
“ต้องการกาแฟอีก หรือ น้ำผลไม้อีกไหมล่ะ ? “ เธอพูดและยืนขึ้น
“ไม่ครับ ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับคุณ Fischer “ ผมพูด “ขอโทษนะครับ แต่ว่าคุณพูดอะไรเกี่ยวกับ janos zsabo เมื่อกี้นะครับ ? “
ผมรอคอยอีกครั้ง
“ โอ้ มันแย่มาก “ เธอบอก “เรารู้สึกเสียใจกับเขา มันเป็นเรื่องร้ายที่เกิด เเต่ดีที่วันนั้นการต่อสู้จบลง”
เธอหยุดอีกครั้ง ผมรอ ความคิดในหัวผมกำลังสับสน
“เขาดูแลครอบครัวของเขาตลอดในช่วงสงคราม” เธอพูด “สุขภาพของเขาไม่ค่อยดี และเขาก็ไม่ได้ออกไปรบ จากนั้นเมื่อปี 1943 ภรรยาของเขาก็คลอดลูก เป็นเด็กผู้หญิงน่ารัก พวกเขามีความสุขกันมาก”
ผมยิ้มและคิดถึง kati
“ภรรยาของเขาไป และช่วยงานในร้านในห้องใต้ดิน “ เธอเล่าต่อ
“จากนั้นในวันนั้น...”
“ว่าแต่ ที่ไหนที่เป็นร้านใต้ดินครับ” ผมถามอย่างรวดเร็ว
“โอ้ ไม่ไกลหรอก “ เธอตอบ “อยู่ตรงหัวมุมที่ gergely utca “
ผมมองเธออย่างยากลำบาก ผมแทบไม่เชื่อที่ตัวเองได้ยิน
“และในวันนั้น วันที่การต่อสู้สิ้นสุดลง ในเดือนมกราคม 1945 “ เธอพูดต่อ “janos ไปยังสนาม สถานที่ข้างนอกเล็กๆสำหรับเด็กเล่น เขาพูดคุยเล็กน้อยกับเพื่อนบ้านของเขา เรารู้ว่าการต่อสู้ใกล้จบแล้ว คุณจะได้ยินเสียงปืนบ้างจากข้างนอกและบางครั้งก็มีระเบิดก็มาจากพวกรัสเซีย ทันใดนั้น มีผู้ชายวิ่งไปยังตึก ตะโกนบอก janos บอกเขาให้ไปที่ gergely utca ที่ร้านใต้ดินอย่างรวดเร็ว มีบางอย่างได้เกิดขึ้น เขารีบวิ่งออกไปทันที และเมื่อเขากลับมา เขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ตอนนี้เธอหยุดไปเป็นเวลานาน
“คุณจะบอกผมได้ไหมว่าอะไรเกิดขึ้น คุณ Fischer” ผมถามอย่างเงียบๆ
“โอ้..มันแย่มาก “ เธอบอก ตาของเธอแฉะเพราะการร้องไห้ “มันเป็นโชคร้ายมาก ไม่ยุติธรรมเลย หลังจากสงครามสิ้นสุด พวกรัสเซียก็ระเบิดโจมตีตึกข้างบนร้านใต้ดินใน gergely utca มันไม่ได้ระเบิด แต่มันก็หนักพอที่จะทำลายร้านใต้ดิน และดังนั้น หญิงสาวและลูกของเธอจึงถูกฆ่า.ไม่ยุติธรรมจริงๆ”
ผมมองดูผู้หญิงแก่ ทั้งรู้สึกสุขใจและเสียใจ ผมหาความจริงได้จากบางคนที่เคยอยู่ที่นี่
“เกิดอะไรขึ้นกับ janos หลังจากนั้น “ ผมถาม
“โอ้.. น่าสงสาร ชายที่น่าสงสาร! เขาไม่ต้องการจะอยู่ต่อไป สุดท้าย เขาตายตอนที่สู้กันในถนนปี 1956 เราทั้งหมดคิดว่าเขาต้องการจะตาย เขาไม่มีอะไรเหลือเพื่อจะอยู่ต่ออีกแล้ว

how-i-met-myself บทที่ 11

บทที่ 11 เศษเสี้ยวหนึ่งของประวัติศาสตร์

วันจันทร์ต่อมา ไม่มีงานสำคัญที่จะต้องทำในสองสามวันนี้ ดังนั้นผมเลยขอหัวหน้าเพื่อจะขอเลิกงานก่อนเวลา ผมบอกเขาไปว่า Andrea ไม่ค่อยสบาย และเธอต้องการให้ผมช่วยเลี้ยงลูกในตอนบ่าย หัวหน้าพูดอย่างคนใจดีอนุญาตให้ผมไปทำงานแค่ตอนเช้าในหนึ่งถึงสองสัปดาห์นี้ จนกว่างานใหญ่จากอังกฤษจะมาถึง ผมตัดสินใจไม่บอก Andrea ว่าผมกำลังจะทำอะไร เธอใจดีมากที่ไปรอคอยกับผมในวันอาทิตย์นั้น ซึ่งเธอไม่ได้อยากไป และผมก็ไม่ต้องการให้เธอโกรธหรือกังวลอีก
ตอนบ่ายสองในวันจันทร์ที่ 19 มกราคม ผมกำลังนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดของBudapest พร้อมด้วยหนังสือขนาดใหญ่หลายเล่มตั้งอยู่ข้างหน้าผม มันไม่ใช่หนังสือจริงๆหรอก มันเป็นหนังสือพิมพ์ที่รวมเล่มแล้ว ผมต้องการจะหาทุกๆอย่างที่เกิดขึ้นในตำบลที่ 13 ในBudapest ในทุกๆวันที่ 18 มกราคม ผมตัดสินใจที่จะอ่านหนึ่งในหนังสือพิมพ์ของฮังการีทีดังที่สุด เพราะว่ามันมีข่าวในBudapestเยอะมากที่สุด ผมขอบรรณารักษ์สำหรับหนังสือพิมพ์ทุกๆเดือนของเดือนมกราคม เริ่มต้นจากสิบปีที่แล้ว
ผมอ่านแต่ละหน้าในทุกปีอย่างละเอียด ผมอ่านระหว่างวันที่ 12 ถึง 25 มกราคมเพราะว่านี่คืออาทิตย์ก่อนและอาทิตย์หลังของวันที่ผมได้พบกับ Doppelgängerของผม ผมจะตั้งใจอ่านทุกครั้งที่ผมอ่านหนังสือพิมพ์ของวันที่ 18 มกราคม มันใช้เวลานานมากกว่าที่ผมคาดไว้ และผมอ่านได้แค่จบในสิบปีแรกของเดือนมกราคมก่อนที่ห้องสมุดจะปิดตอน 5 โมงเย็น แม้ภาษาฮังการีของผมจะดีมาก แต่ก็ยังใช้เวลานานในการอ่านหนังสือพิมพ์เก่าๆ
ผมไปที่ห้องอ่านหนังสือทุกๆบ่าย และค้นพบแหล่งข้อมูลของสิ่งต่างๆที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยเกี่ยวกับBudapest เรื่องส่วนใหญ่ที่ผมอ่านจะเป็นปีก่อน ปี 1990 มันเกี่ยวกับพวกคอมมิวนิสต์ แน่นอนมันมีข้อมูลมากขึ้นและมากขึ้นเกี่ยวกับกลุ่มของนักการเมืองและคนงานที่เข้ามาจากยุโรปทางตะวันออก ผมพบเรื่องราวในอดีตมากขึ้น
บางครั้งผมก็พบข้อมูลเกี่ยวกับตำบลที่ 13 แต่ก็ไม่มีอะไรที่น่าสนใจ และผมก็ไม่พบอะไรที่เกี่ยวกับ Felka utca
ผมเริ่มคิดว่าผมคงไม่เจออะไรอีก หรือ การอ่านของผมจะทำให้กลับไปยังศตวรรษที่19 ได้ในวันเสาร์ ผมบอก Andrea ว่าผมมีประชุมที่ทำงาน แต่จริงๆแล้วผมไปที่ห้องสมุดตอนแปดโมงเช้า เพราะมีเวลาเต็มวันทำให้เมื่อบ่ายผมก็อ่านได้ถึงปี 1940
มันเกือบถึงเวลาปิดแล้วเมื่อผมอ่านไปถึงวันที่ 19 มกราคม ปี 1945 ตอนนี้ผมเหนื่อยมาก แต่ผมก็เห็นบางอย่างที่หน้าสุดท้ายของหนังสือพิมพ์ Budapest มันสะดุดตาผมมาก มันเขียนเป็นภาษาฮังการีว่า
“แม่ยังสาวและลูกถูกฆ่าในขณะที่การต่อสู้จบแล้ว”
ข่าวบอกว่าเมื่อวาน (วันที่ 18 มกราคม!) เป็นวันที่การต่อสู้ระหว่างทหารเยอรมันและชาวรัสเซียจบลง จากนั้นข่าวก็มีต่อว่าวันนั้นเป็นวันที่เป็นความสุขสำหรับฝั่งPest แต่กลับเป็นความเศร้าสำหรับผู้คนในตำบลที่ 13 : ทหารรัสเซียได้ระเบิดตึก gergely utca แต่มันไม่ระเบิด มันเพียงแต่ทำลายห้องใต้ดิน และทำให้แม่ยังสาวและลูกสาวของเธอเสียชีวิต ผู้หญิงที่ตายมาทราบชื่อทีหลังว่าเธอคือนาง Szabo
ผมถ่ายเอกสารเรื่องทั้งหมดนี่แล้วกลับบ้าน ผมตัดสินใจที่จะบอกเอนเดรียว่าผมเจออะไร

“แคุณไปไหนมา” Andrea ถามขณะที่ผมเดินเข้าแฟลต
“คุณหมายความว่าไง” ผมถามตอบ
“ฉันโทรไปหาคุณที่ทำงานเพื่อจะบอกคุณว่าจะพา kati มาตอนบ่ายนี้ “ เธอตอบ
“เลขานุการบอกว่าคุณไม่ได้อยู่ที่นั่น และเธอก็บอกว่าไม่มีประชุมด้วย” Andreaโกรธมาก
ผมมองที่พื้น
“เออ จอห์น “ เธอพูดต่อ “ตอนนี้คุณไปที่ไหนล่ะ Felka utca? Gergely utca? หรือถนนงี่เง่าที่ไหนอีก
“Andrea” ผมเริ่ม “ผมไปอ่านหนังสือพิมพ์เก่ามา” ผมเอาสำเนาหนังสือพิมพ์ออกมา “ดูนี่สิ” ผมพูด
เธออ่านอย่างรวดเร็ว
“แล้ว คุณคิดอะไรเกี่ยวกับการแสดงนี้ล่ะ “ เธอถาม เธอท่าทางโกรธมาก
“คือว่าดูวันที่สิ” ผมพูด “ถนนด้วย มันเป็นวันที่ 18 มกราคมเหมือนกันและ เป็น gergely -utca ด้วย
“แล้วคุณจะทำยังไงต่อ” เธอตอบ
“คือ..เราต้องพยายามหาคนๆหนึ่งจากครอบครัวของนาง Szabo นะผมคิดว่างั้น “ ผมตอบ
“บางทีพวกเขาอาจจะอยู่ในตึกนั้นก็ได้ “
“อย่าพูดว่า ‘เรา’ ” เธอตอบ “ฉันบอกคุณเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่ามันเป็นครั้งสุดท้ายของฉัน ยังไงก็ตาม มันตึกไหนล่ะ Gergely utca หรือ Felca utca ล่ะ “
“ผมไม่รู้” ผมตอบ “แต่ถ้าคิดนะ Doppelgänger ของผม ออกมาจากตึกใน felka utca และวิ่งรอบ gergely utca ในวันที่ 18 มกราคม บางทีคนที่หลบการต่อสู้อยู่ในบ้านของเขา เขากำลังไปเยี่ยมเพื่อน เขาได้ยินเสียง เลยวิ่งกลับบ้านมาดูว่าอะไรเกิดขึ้น ดังนั้นเขาอยู่ใน gergely utca “
“คุณเล่าเรื่องได้ดีมากเลย จอห์น “Andrea พูดและเดินไปยังห้องนอน
“แต่... Andrea” ผมพูด แล้วเดินตามเธอไป “ผมพบแล้วไง คุณไม่เข้าใจหรอ ? ถ้าคุณไม่เข้าใจ ผมก็จะไม่เป็นอิสระจากความฝันนี้ ผมต้องรู้ความจริงให้ได้ มันอาจจะเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผมก็ได้ มันจำเป็นต้องมีเหตุผลในการเจอDoppelgänger”
“ฟังนะจอห์น” เธอบอก “คุณจะทำอะไรก็ได้ที่คุณต้องการ แต่อย่าหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากฉันนะ เข้าใจไหม?
และเธอก็อุ้ม kati ที่แต่งตัวเตรียมจะออกไปข้างนอก และเธอก็สวมโค้ทของเธอแล้วออกไปข้างนอก

how-i-met-myself บทที่ 10

บทที่ 10 18 มกราคม

วันอาทิตย์เริ่มต้นขึ้นอย่างเงียบสงบ เราไม่ได้คุยกันเท่าไหร่เลย ทั้ง Andrea และผมต่างก็ไม่แน่ใจว่าเรากำลังจะทำอะไร และอะไรกำลังจะเกิดขึ้น
บ่ายสามโมงของวันอาทิตย์ Petra ก็มาถึงเพื่อดูแล Kati
“เกิดอะไรขึ้นกับพวกคุณสองคนเนี่ย” เธอถามในขณะที่เรากำลังสวมเสื้อโค้ท
“คุณดูเหมือนว่า คุณกำลังจะไปเยี่ยมคนที่โรงพยาบาล มากกว่าไปที่งานปาร์ตี้น้ำชานะ !”
เราพยายามจะฝืนยิ้ม ขณะที่เราออกจากบ้าน แต่เราทั้งสองก็ต่างกลัว
เราตัดสินใจที่จะไปเดินเล่นเพื่อฆ่าเวลาก่อนที่จะไปรอที่นั่น เราไปที่เกาะมากาเร็ต ซึ่งเป็นเกาะที่สวยงาม ตั้งอยู่กลางแม่น้ำดานูบ มันเป็นสถานที่ที่เราชอบไปกัน มีต้นไม้ใหญ่และเต็มไปด้วยนกที่ร้องเพลง เราชอบพา kati ไปที่นั่น เพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ แต่วันนี้ แม้ว่ามันจะเป็นตอนบ่ายของฤดูหนาวที่เงียบสงบ เราก็กำลังคิดมากเกี่ยวกับงานเลี้ยงเพื่อที่จะสนุกกับมัน เราไม่ได้พูดอะไรกันเลย เมื่อถึงเวลาอีกสี่สิบห้านาทีจะหกโมง เราก็เดินข้ามแม่น้ำกว้างสีเทากลับไปที่ถนนของตำบลที่ 13
ตอนหกโมงครึ่ง เรากำลังยืนตรงข้าม ตึกเลขที่ 7 felka utca ตอนนี้มันก็เย็นมากแล้ว และถนนก็มืดเหมือนทุกวัน
“คุณคิดว่าเราควรรอที่ไหนดี “Andrea ถาม
“คุณยืนบนถนนฝั่งนี้แล้วกัน “ ผมตอบ “เมื่อถึงเวลา ผมจะออกมายืนข้างนอกประตู คุณคอยตั้งใจดูและฟังดีดีล่ะ”
เมื่อตอนหกโมงห้าสิบ ผมเดินข้ามถนน ที่นั่นไม่มีใครเลยนอกจากผมและ Andrea
ทันใดนั้น ผมก็ได้ยินเสียง จากนั้นประตูข้างในก็ปิด ผมมองไปที่ Andrea ผมได้ยินเสียงของคนกำลังวิ่ง ประตูถูกเปิดออกและผู้ชายคนหนึ่งวิ่งตรงมายังผม เขาชนผม ผมล้มลงไปที่พื้นและตะโกนว่า “เฮ้...” ผู้ชายคนนั้นมองไปรอบๆ เขามีหน้าเหมือนผมเลย 
“ขอโทษ” เขาพูดเป็นภาษาฮังการี และวิ่งออกไปไปอย่างรวดเร็วไปจนสุดถนน ผมลุกยืนขึ้น Andrea กำลังยืนอยู่ตรงนั้นแล้วมองผม ผมเข้าใจทันทีว่าเธอไม่เข้าใจเลยว่าอะไรเพิ่งเกิดขึ้น
“เร็วเข้า ! “ ผมตะโกน “ตามเขาไป”
ผมวิ่งไปสุดถนน และข้ามไปยัง gergely utca ชายคนนั้นพึ่งจะวิ่งลงไปยังบาร์ Andrea วิ่งมายืนข้างๆผมในเวลาต่อมา
“นั่นไง” ผมตะโกน
“เธอเห็นไหม! เขากำลังวิ่งลงไปยังห้องเก็บไวน์ เร็วเข้า!“
ผมวิ่งไปยังบาร์ของ Zsolt และดึง Andrea ให้ตามมา ผมวิ่งลงไปยังบันได และ เปิดประตู แน่นอน มันล็อกอยู่ ตอนนี้เป็นวันอาทิตย์ตอนบ่าย Zsolt ปิดบาร์ในตอนบ่าย ผมนั่งลงบนบันได และมองไปยังประตูที่ล็อค Andrea นั่งข้างๆผม และเอาแขนของเธอโอบไหล่ผมไว้
เมื่อผมมองเธอ เธอมีแววตาที่แปลกในตาของเธอ
ขณะที่เรากำลังกลับบ้าน เราก็พูดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น
“มันเหมือนกับปีที่แล้ว “ ผมพูด “เหมือนเป๊ะเลย “
“แต่ฉันไม่เห็นและไม่ได้ยินอะไรเลย ฉันเห็นคุณล้มลงและตะโกน “ เธอบอก “และมันก็แปลกมากที่คุณล้มลง”
เราเดินกลับบ้านโดยไม่ได้พูดกันเลย เมื่อ petra กลับไป ตลอดเย็นวันนั้นเราก็ไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ สำหรับผม ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนกับปีที่แล้ว เว้นแต่ว่าในตอนนี้ ไม่มีหิมะ และมันก็ทำให้ชายคนนั้นหนีไปโดยไม่มีรอยเท้า และบาร์ที่เขาเข้าไปมันปิดอยู่
คืนนั้นผมฝันอีกครั้ง
ผมกำลังยืนอยู่ข้างนอกตึก ผมได้ยินเสียงใหม่ มันดังมากเลยตอนนี้ ประตูได้เปิดออก ผู้ชายคนนั้นวิ่งออกมาจากประตูและชนผม เขาหันกลับมาขอโทษ เมื่อผมมองไปที่เขา เขากลับเป็นตัวผมเอง สิ่งแปลกๆเกิดขึ้นอีกครั้งที่ผมฝัน ในฝัน เสียงนั่นดังขึ้นและดังขึ้น แล้วผมก็ตื่นขึ้นมาอย่างหวาดกลัว

how-i-met-myself บทที่ 9

บทที่ 9 วันเวลาใกล้เข้ามาอีกครั้ง

ตอนตี 3 ในวันที่ 11 มกราคม ผมตื่นขึ้นมาอย่างกะทันหัน ผมพยายามฟังว่าเกิดอะไรขึ้น Kati ก็ไม่ได้ร้องไห้ ( ที่จริงแล้วเธอหลับสนิททั้งคืน )
แต่ผมรู้สึกหนาวและหวาดกลัวในความมืด
ทันใดนั้น ผมก็รู้ว่าอะไรมันเกิดขึ้น ผมกลับมาฝันอีกครั้ง ผมเห็นถนน ประตู เห็นตัวผมวิ่งออกมา มีคนล้มลงอยู่บนพื้น นั่นคือผมเอง ผมที่พบกับตัวเอง
ผมรู้สึกแย่มาก ตั้งแต่มี Kati มาผมไม่เคยฝันอีก ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของอดีต แต่มันก็กลับมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว เป็นความฝันที่ทั้งมืดดำและใหญ่โตเหมือนเดิม 
ผมกลับไปหลับไม่ได้อีก ผมจึงไปที่ครัวและก็ชงชาดื่ม หลังจากนั้นผมก็ไปที่ชั้นหนังสือในห้องนั่งเล่นและหยิบไดอารี่ของปีที่แล้วลงมาดู ผมมักจะเขียนบันทึกว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในแต่ละวัน
ลงไปเสมอ วันจันทร์ที่ 18 มกราคม เป็นวันที่ผมได้พบเจอสิ่งแปลกประหลาดเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ เหลืออีก 7 วันก่อนจะถึงวันนั้นอีกครั้ง
ทันใดนั้น ความคิดใหม่ของผมก็ผุดขึ้นมาในสมอง วันนั้นเป็นวันที่สำคัญ ผมดูเหมือนจะเข้าใจทุกอย่างแล้ว มันไม่น่าแปลกใจเลยที่ผมไม่เคยพบตัวเองอีกในเย็นของวันอื่นๆที่ผมคอยอยู่ที่ Felka utca ความจริงผมต้องไปคอยที่นั่นในวันที่ 18 ซึ่งก็คือเย็นวันอาทิตย์หน้า ความฝันนั่นเองที่ช่วยให้ผมจำได้
ผมเดินไปเดินมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พร้อมกับความคิดที่วิ่งอย่างรวดเร็ววิ่งไปมาในสมอง วันที่นั่นเองที่เป็นสิ่งสำคัญ การที่ผมอ่านเรื่องผีๆและชีวิตหลังความตายนั้นช่วยให้ผมเข้าใจเกี่ยวกับ Doppelgänger แต่ผมก็ยังคงไม่เข้าใจ สิ่งที่ผมต้องการคือรู้ให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่ Felka utca ในวันที่18 มกราคม ในอดีตที่ผ่านมา

* * * 

หกคืนต่อมาเป็นคืนที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าเก่า
เช้าวันต่อมา ผมบอก Andreaว่าผมกลับไปฝันอีกครั้ง
“ผมคิดว่ามันเป็นเพราะวันที่น่ะ - 18 มกราคม มันต้องสำคัญมากๆเลย” ผมพูดระหว่างที่เธอกำลังให้นม Katiอยู่
“ผมต้องอ่านเรื่องนี้อีก” ผมพูดต่อ “ผมจะเริ่มอ่านหนังสือพิมพ์เก่าๆและหาดูวามันเกิดอะไรขึ้นบ้างในวันที่ 18 มกราคม ผมจะไปหาหนังสือพิมพ์เก่าใน Budapest ได้ที่ไหนล่ะ”
Andrea โกรธมาก
“ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละ John !” เธอตะโกน “มีอย่างอื่นที่สำคัญกว่าไอ้เรื่องนั้นในชีวิตของคุณนะ”
“แต่ Andrea ....” ผมเริ่มพูด
“คุณมีลูกเล็กที่ต้องดูแล” เธอพูดต่อ “และคุณก็ต้องดูแลฉันด้วย ไม่ใช่ใช้เวลาว่างของคุณไปในอะไรที่เราไม่รู้”
Kati เริ่มร้องไห้ เธอดูเหมือนจะเข้าใจว่าพ่อแม่ของเธอกำลังทะเลาะกันอยู่
ผมตัดสินใจที่จะบอก Andrea ทุกๆอย่างที่ผมคิดและผมทำในตอนนี้ มันไม่ดีถ้าจะเก็บความจริงเอาไว้ไม่บอกเธอ ดังนั้น ในวันที่ 16 มกราคม หลังจากที่ผมฝันทั้งอาทิตย์ ผมคุยกับเธอเรื่องในวันอาทิตย์ทีจะถึงนี้
“Andrea ผมต้องไปที่ Felka utca ในวันอาทิตย์” ผมเริ่ม แต่เธอไม่พูดอะไร “และผมอยากให้คุณไปกับผมด้วย....”
“คุณล้อเล่นหรือไง” เธอบอก
“แต่ฟังก่อนซิ ที่รัก” ผมพูดต่อและจับมือของเธอไว้ “ผมต้องการคุณนะ”
“ฉันจะช่วยคุณได้อย่างไรล่ะ” เธอถาม แลเอามือของเธอออกจากมือผม
“มีสองเหตุผล” ผมเล่าต่อ “อันแรก ผมกลัวที่จะไปคนเดียว และสองผมอยากรู้ถ้าคุณเห็นอะไรบ้าง”
“แต่คุณรู้ได้ยังไงว่าชายคนนั้นจะอยู่ตรงนั้น เธอถาม
“ผมไม่รู้หรอก” ผมตอบ “ แต่มันเป็นความคิดเดียวที่ผมมีกับเรื่องที่เกิดขึ้น มันเป็นวันที่สำคัญมาก
Andreaไม่พูดอะไร ผมจ้องที่เธอ
“ ได้โปรด ที่รัก” ผมพูด “มันจะช่วยผมได้มากเลย”
“แล้ว Katiล่ะ” เธอถาม “ฉันจะไม่พาเธอไปด้วยนะ”
“แน่นอนไม่ต้องไป” ผมพูดอย่างมีความสุข “เราจะพา Petra เพื่อนของคุณมาดูแลเธอ”
Andreaไม่พูดอะไรอีกเหมือนเดิม
“ตกลงไหม”ผมถาม เธอนั่งคิดเป็นเวลานาน ผมรอ
“ก็ได้”เธอพูด “แต่ครั้งเป็นครั้งสุดท้ายนะ
“โอเค”ผมพูด “โอเค แต่ .....ขอบคุณ”
ผมดีใจมากและรีบไปโทรบอกPetraทันที Petraเป็นเพื่อนของAndreaที่บางครั้งจะมาดูแลKatiเมื่อเราไม่อยู่ ผมบอกเธอว่าเราได้รับเชิญให้ไปงานเลี้ยงน้ำชาที่แฟลตของเจ้านายของผม โชคดี ที่เธอบอกว่าจะมา
ผมหวังว่าผมจะหลับได้ดีขึ้นหลังจากที่รู้ว่าAndreaจะไปกับผมในวันอาทิตย์นี้ แต่ผิดคาด ผมฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่าในคืนนั้น
ความฝันนั้นเกือบจะเหมือนกันทุกครั้ง ยกเว้นแค่ดูเหมือนมีเสียงดังบนถนนก่อนที่ชายคนนั้นจะออกมาจากประตู ผมพยายามเข้าใจว่าเสียงนั่นคืออะไร ผมพยายามฟังในความฝัน แต่ว่ามันไม่ชัดเจน ผมรู้ว่ามันเป็นบางอย่างที่สำคัญ บางอย่างที่จะช่วยผมได้ แต่ผมก็ไม่มั่นใจว่าใช่หรือเปล่า ผมมักจะตื่นขึ้นมาในเวลากลางคืนและรู้สึกกลัว ผมจึงตื่นทั้งคืนและพยายามที่จะตัดสินใจว่าความฝันจะบอกอะไรแก่ผม ผมกังวลมากเกี่ยวกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นถ้าผมพบDoppelgängerของผมอีกครั้งในวันอาทิตย์

how-i-met-myself บทที่ 8


บทที่ 8 วันหยุด
ในเดือนสิงหาคม Andrea หยุดทำงานที่บาร์ของ Zsolt เราใช้เวลาในช่วงวันหยุดอย่างมีความสุขด้วยการทาสีห้องเล็กๆในแฟลตของเรา ซึ่งมันเป็นห้องที่เตรียมไว้สำหรับลูกของเรา และลูกสาวของเราก็เกิดขึ้นมาในวันที่16 กันยายน เราตั้งชื่อให้เธอว่า Kati หลังจากนั้นทุกอย่างในชีวิตของเราก็เปลี่ยนไปเพราะเด็กคนนี้ มันเป็นงานหนักมากแต่ก็ทำให้มีความสุข ในช่วงนั้นผมยุ่งมากและก็ทำให้ผมลืมเรื่องที่เกิดขึ้นที่ Felka Utca
เราตัดสินใจที่จะไปอังกฤษตอนคริสต์มาส ผมต้องการให้พ่อแม่และครอบครัวของผมได้เจอ Kati และนี่ก็เป็นเวลาที่เหมาะสม แต่เราก็ค้นพบว่ามันเป็นการยากเหลือเกินที่จะไปเที่ยวในวันหยุดกับลูกเล็กๆ เราต้องเตรียมของไปมากจริงๆ มันทำให้เราเสียเวลากว่าเราจะเตรียมของเสร็จ

เรานั่งเครื่องบินจาก Budapestไป สนามบินHeathrow Londonในวันที่ 22 ธันวาคม พ่อแม่ของผมขับรถมารับผมและพากลับบ้าน ในหมู่บ้าน Swindon ใกล้ๆ London เราใช้เวลาประมาณ1ชั่วโมงจากสนามบิน ทุกคนดีใจมาก นี่เป็นครั้งที่สามที่ Andrea มาเยี่ยมพ่อแม่ของผม และเป็นครั้งที่สองที่เธอมาในวันคริสต์มาสของอังกฤษ ในครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่เรามีเด็กเล็กๆในครอบครัวของเรา และแน่นอน Kati ก็เป็นจุดศูนย์กลางความสนใจของทุกๆคน วันต่อมา แม่ของผมบอกเราว่า เธอจะดูแล Kati ให้เรา ดังนั้น ผมและ Andrea ก็ไปในเมือง Swindon เพื่อซื้อของตกแต่งในเทศกาลคริสต์มาส ในเมืองช่างสดใส มีแสงไฟและต้นคริสต์มาสทั่วทุกหนทุกแห่ง ร้านค้าทุกร้านวุ่นวายมาก มีคนไปซื้อของมากมาย แต่เราก็พอใจและก็ได้ของขวัญกลับไปเตรียมไว้สำหรับคริสต์มาสพิเศษๆแบบฮังการีของเรา เย็นวันนั้น พ่อของผมออกไปกินเลี้ยงคริสต์มาสที่สำนักงานและ Andrea ก็เหนื่อยมากหลังจากที่เข้าไปในเมือง ผมจึงตัดสินใจที่จะไปผับในหมู่บ้านเพื่อไปหาเพื่อนเก่าๆ ที่นั่นผมเจอเพื่อนบ้านคนสองคนและก็ได้คุยกับพวกเขาพักใหญ่ๆ แต่ผมก็ไม่พบเพื่อนของผมเลย ผมกำลังเดินออกจากร้านขณะที่ Paul Harrisก็เดินเข้ามา

Paul เป็นหนึ่งในเพื่อนที่สนิทมากๆของผมที่โรงเรียน แต่ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านนี้ตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ผมมาเยี่ยมพ่อแม่ของผม เขามีอาชีพเป็นนักหนังสือพิมพ์และอาศัยในหลายที่ต่างๆกัน ตั้งแต่เราจบจากโรงเรียนมา

“Paul !” ผมเรียกขณะที่เขาเดินเข้ามาในบาร์

“John” เขาพูด “ ดีจริงๆที่ได้เจอนาย

“เช่นกัน Paul” ผมตอบ ฉันกำลังจะออกไปแล้วละ ไม่มีเพื่อนเก่าของเราคนไหนอยู่ที่นี่เลย

“ ไม่ ”เขาพูดอย่างเศร้าๆ ส่วนมากไปที่อื่น เพื่อหางานและภรรยา!

“นายอยากดื่มอะไรหน่อยไหม” ผมถาม

“ขอเบียร์แรงๆสักไพน์ก็แล้วกัน John” เขาตอบ

เราเดินไปนั่งดื่มกันที่มุมเงียบๆของผับและก็เริ่มเล่าเรื่องของตัวเองให้อีกฝ่ายฟัง

“ฉันกลับมาร่วมงานคริสต์มาสกับครอบครัวน่ะ” เขาบอก

“มาคนเดียวหรือ” ผมพูดขณะที่ถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นกับ Liz ภรรยาของเขา

“เกรงว่าจะเป็นอย่างนั้น”เขาพูดขณะที่มองที่เบียร์ของเขา“ Liz จากฉันไปเมื่อฤดูร้อนนี้”

“ ฉันขอโทษ” ผมตอบ “ ฉันไม่รู้....”

“ ไม่ต้องกังวล”เขาพูด “ช่วงที่แย่ที่สุดมันจบไปแล้ว ไหนเล่าเรื่องของนายให้ฟังหน่อย แม่ฉันบอกว่านายมีลูกแล้ว...”

และผมก็เล่าเรื่อง Kati ,Andreaและเรื่องของผมในBudapestให้เขาฟัง และหลังจากที่เรากินเบียร์หมดไปอีกสองแก้ว ผมก็เล่าเรื่องที่ผมพบกับตัวเองให้เขาฟัง

Paul เป็นหนึ่งในเพื่อนเก่าที่ดีที่สุดของผม และผมก็รู้ว่าเขาจะรับฟังเป็นอย่างดี

“มันน่าสนใจมาก John ” เขาพูดหลังจากที่ผมเล่าจบ

Paul ไม่ได้หัวเราะหรือว่าบอกผมว่ามันเป็นเรื่องงี่เง่า เขาดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างอยู่ มันเคยมีเรื่องเหมือน Doppelgänger อย่างนี้อยู่นะ คนที่พบกับตัวเองน่ะ ฉันเคยเจอในนิตยสารที่ฉันเขียนงานส่ง

“นายได้อ่านมาไหม” ผมถามและหวังว่าเขาจะมีรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับมัน

“แค่ช่วงแรก แต่ฉันจำได้ว่าเรื่องแบบนี้เคยเกิดกับคนจำนวนค่อนข้างมากในทุกๆที่

“ดี นั่นเป็นข่าวที่ดี” ผมตอบ “ฉันคิดว่าฉันกำลังบ้าหรือว่าเป็นอะไรไปแล้ว”

“ไม่ John นายไม่เป็นหรอก” เขาพูดยิ้มๆ “แต่นายควรจะระวัง ฉันจำได้ว่าในนั้นมันบอกว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆกับคนที่เห็น Doppelgänger

“ใช่ ฉันก็อ่านเจอมาอย่างนั้น” ผมพูด “ในหนังสือที่Budapestน่ะ “แต่ยังไงก็แล้วแต่ก็ยังดีที่ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว”

“ใช่ นั้นอาจจะทำให้นายสบายใจขึ้น”เขาพูดอย่างจริงจัง “แต่ฉันจำเรื่องจากในนิตยสารได้เรื่องหนึ่ง มันบอกว่า วันหนึ่ง Doppelgänger พยายามที่จะบอกผู้หญิงคนหนึ่งไม่ให้ขับรถไปส่งลูกชายของเธอไปโรงเรียน แต่เธอไม่เข้าใจ ในวันนั้นรถที่เธอขับก็เกิดอุบัติเหตุ เธอและลูกชายของเธอก็เสียชีวิต”

“ หา จริงเรอะ” ผมพูดอย่างประหลาดใจ

“ถ้าเป็นอย่างนี้แล้ว นายก็ควรจะระวังตัวนะ” Paul บอก

“ฉันจะระวัง นายไม่ต้องห่วงหรอก” ผมตอบ

ในความรู้สึกหนึ่ง ผมรู้สึกดีใจที่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมนั้นไม่ใช่เรื่องไม่ปกติ ผมก็เริ่มคิดว่าDoppelgänger พยายามจะสื่ออะไรกับผม แต่เมื่อผมกลับมาคิดเรื่องนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย ผมพยายามที่จะลืมเรื่องนี้และมีความสุขกับเทศกาลคริสต์มาส แต่มันไม่ง่ายเลย

การพักผ่อนในอังกฤษผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราได้กินอาหารดีๆ ได้เล่นเกมกับครอบครัว เราได้ไปเยี่ยมเพื่อนๆและครอบครัวในที่ต่างๆ เราสนุกมาก แต่ก็ถึงวันที่เราต้องกลับไปฮังการี

เรานั่งเครื่องบินกลับไปในวันที่29ธันวาคม ผมกลับไปใช้เวลาในปีใหม่กับครอบครัวของAndrea ท่ามกลางหิมะในชนบทของฮังการี ด้วยเหตุที่หิมะตก เราจึงออกจากบ้านไปไหนไม่ค่อยได้และไม่ค่อยมีอะไรทำนอกจากการนั่งในบ้าน ผมจึงเริ่มกลับมาคิดเรื่องDoppelgängerของผมอีกครั้ง และคิดมากขึ้นยิ่งกว่าเก่า ผมพยายามจะหาความหมายของการพบกับตัวเองของผม ดังนั้นAndrea ขึงบอกว่าผมไม่มีส่วนร่วมกับครอบครัวมากเท่าที่ควร แต่เมื่อผมบอกเธอว่าทำไม เธอก็โกรธและทะเลาะกับผม

“ฉันคิดว่าคุณลืมเรื่องงี่เง่านี้ไปแล้วซะอีก” เธอพูด

“ผมพยายามแล้ว Andrea” ผมตอบ “แต่มันยังกลับมาหาผมอยู่เรื่อยๆนี่”

“งั้นมันก็ควรจะไปจากคุณเร็วๆเลย!” เธอตอบ “ ฉันต้องการผู้ชายที่ดูแลครอบครัว คุยกับภรรยาและเล่นกับลูกสาวของเขา ฉันไม่ต้องการคนที่นั่งไปรอบๆบ้านทั้งวันและมองเหม่อไปเรื่อย” และเธอก็เดินออกจากห้องไป
ผมเข้าใจว่าAndrea เหนื่อยมากและต้องการให้ผมสนใจครอบครัวบ้าง ผมก็พยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น แต่สองวันต่อมาเราก็กลับบ้าน ผมก็กลับไปทำงานตามปกติในวันจันทร์ที่5 มกราคม

how-i-met-myself บทที่ 7


บทที่ 7 Doppelganger

หลังจากวันเสาร์ที่ผ่านมา ชีวิตผมก็เปลี่ยนกลับไปในทางที่เคยเป็น ผมกลับบ้านในวันจันทร์และรู้สึกว่ากลับเป็นคนเดิมอีกครั้ง ทุกๆอย่างดำเนินไปด้วยดี ผมไม่ฝันเรื่องแย่ๆอีก และผมก็ไม่ค่อยได้ไปที่ felka utca และบาร์ในแต่ละคืนอีก ผมแค่ไปอาทิตย์ละครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น

แต่ยังมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่รออยู่ ในวันพุธต่อมา Andrea ได้กลับบ้านมาพร้อมกลับข่าวใหญ่หลังจากที่เธอไปหาหมอมา หมอบอกว่า เรากำลังจะมีลูก เราทั้งคู่ต่างดีใจมากกับเรื่องที่เกิดขึ้น เราคุยกันในเรื่องนี้บ่อยมากแต่ก็ยังไม่ได้คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเร็ววันนี้ แต่หลังจากวันนั้น Andreaก็พลาดงานสอนงานใหญ่ไป เป็นงานสอน 55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ที่ธนาคารระหว่างประเทศ พวกเขาไม่อยากจ่ายเงินไปให้กับการเรียนภาษาฮังการีสำหรับคนที่ทำงานอยู่ในนั้นอีกต่อไป นี่แหละความแปรปรวนของชีวิต!!!

หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์ ผมบอก Zsolt (บาร์เทนเดอร์ในบาร์) ว่า Andrea ได้พลาดงานที่สำคัญมากๆๆของเธอไป เขาบอกว่าตอนนี้เขากำลังต้องการผู้ช่วยในบาร์พอดี แต่เขาบอกว่ามันไม่ใช่งานที่เหมาะกับ “ผู้หญิงฉลาดๆๆ” อย่างภรรยาของผม แต่เขาก็บอกว่าเขาสามารถจะจ่ายให้เธอมากพอสมควร และเขาก็รู้สึกว่าบาร์ของเขาคงจะดีขึ้นถ้ามีผู้หญิงอยู่บ้าง 

ผมคุยเรื่องนี้กับ Andrea และในที่สุดเธอก็รับงานนี้ รายได้อาจจะไม่ดีเท่ากับงานสอนแต่บาร์นั้นก็อยู่ใกล้ๆบ้าน เธอก็ไม่ต้องใช้เวลามากในการทำงานเท่ากับตอนที่สอน และหลังจากนั้นไม่นานเธอก็สร้างความแตกต่างให้กับบาร์แห่งนั้น เมื่อผมไปที่นั่นหลังจากที่ Andrea เริ่มงานได้ประมาณ1สัปดาห์ มันดูดีขึ้นมาก มีดอกไม้และมีรูปภาพต่างๆประดับอยู่ที่ผนัง

“ฉันถาม Zsolt ว่าเราน่าทำให้มีมุมหนึ่งของร้านที่มีโต๊ะกับเก้าอี้ทีทำให้นั่งสบายๆได้” Andrea บอกผมหลังจากมื้อค่ำในวันหนึ่ง “และเขาก็เห็นด้วย”

“ทำไมคุณถึงอยากทำยังงั้นล่ะ” ผมถาม

“ก็ ฉันคิดว่าคงจะมีคนเข้าร้านมากขึ้นน่ะ” เธอพูด “พวกผู้หญิงก็คงจะชอบด้วยล่ะ”

เธอพูดถูก หลังจากนั้นไม่นาน ผู้หญิงก็เริ่มเข้ามาในบาร์พอๆกับผู้ชาย Zsolt พอใจมากๆ

อย่างไรก็ตามระหว่างทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นมาใหม่ในชีวิตของเรานั้น ผมยังไม่เคยลืมเรื่องการพบตัวเองเลย ผมเริ่มที่จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องชีวิตหลังความตาย มันเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับผมมาก และผมก็พบสิ่งที่น่าสนใจมากมาย มีได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดที่ผมเจอและมันก็เกิดขึ้นกับผมคือ :

Doppelgänger : เป็นคำในภาษาเยอรมันที่นำมาใช้เป็นภาษาอังกฤษ มันหมายความว่าเป็นบางสิ่งที่คล้ายๆ การปรากฏตนในสองสถานที่ โดยทั่วไปแล้ว Doppelganger ถูกถือเป็นสัญญาณแห่งความโชคร้าย ความเจ็บป่วยหรือภยันตราย สามารถมองเห็นได้โดยเจ้าของร่างเท่านั้น ( นี่เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมไม่มีรอยเท้าและทำไม Zsolt จึงไม่เห็นอะไรในบาร์ของเขา ผมคิด ) อย่างไรก็ตาม บางที Doppelganger อาจจะมองเห็นได้จากคนที่ใกล้ชิดกับเจ้าของ เชื่อกันว่าการพบ Doppelganger จะนำมาซึ่งความตาย

ผมเอาบทความที่ผมอ่านนี้ให้ Andrea ดู “แล้วคุณคิดว่าคุณเห็นอะไรล่ะ” เธอถามอย่างประหลาดใจ
“เอ่อ มันดูคล้ายๆที่ผมเจอเนอะ” ผมตอบ 
ตอนนี้ ผมรู้แล้วว่าผมได้เจอกับ Doppelganger ของผม แต่ปัญหาคือ ทำไมถึงเจอล่ะ


how-i-met-myself บทที่ 6

บทที่ 6 คุยกับแม่บ้าน

ในวันต่อมา เป็นวันที่สดใสแต่ก็ยังหนาวอยู่ดี แดดที่ร้อนแรงช่วยทำให้ผมมีความหวังในอนาคตมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ผมบอก Andrea เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปแล้ว ผมรู้สึกดีขึ้นมากหลังจากที่ได้นอนหลับสนิทเมื่อคืน มันเป็นคืนแรกที่ผมไม่ฝันในเรื่องที่ผมเจอกับตัวเอง

ตอน 10 โมงเช้า เราเดินไปรอบๆ Felka utca ผมรู้สึกสบายใจมากเพราะ Andrea อยู่กับผม แม้ว่าผมจะพูดภาษาฮังการีได้ดีขนาดไหนก็ตาม เธอก็สามารถพูดกับคนอื่นๆได้ง่ายดายกว่าผม

คนแรกที่เราเข้าไปคุยด้วยเป็นแม่บ้าน เธอมีห้องเล็กๆอยู่ใกล้ประตูเพื่อที่จะทำงานอย่างการทำความสะอาดบันได ดูแลลิฟต์และไฟ ได้สะดวกสบาย

เราถามคำถามเธอเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเราถามว่าแถวนี้มีใครหน้าคล้ายผมบ้างไหม เธอจ้องมองผมเป็นเวลานานและก็ตอบว่าไม่มี Andrea ถามเธอว่าเธออยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว คำตอบที่ได้มาคือ 21 ปี และเธอก็รู้จักทุกคนที่นี่ ที่นี่ไม่มีคนเข้ามาใหม่และก็ไม่มีใครที่หน้าตาคล้ายผมย้ายออกไปเลย เราจึงขอบคุณเธอและจากมา

ข้างนอกบนถนน เรามองซึ่งกันและกัน ผมเริ่มคิดว่ามันคงเป็นจินตนาการของผมแน่ๆ

“บางที อาจจะเป็นคนที่มาเยี่ยมที่นี่ก็ได้”Andrea บอก เธอรู้ดีว่าผมรู้สึกแย่ขนาดไหน

“ หรือว่า บางที” ผมพูด “บางทีเขาคงอยู่ตึกอื่น ตึกที่มีบาร์ และผมไม่เห็นว่าเขาไปที่ไหน”

“อาจจะเป็นไปได้” Andrea พูด “ไปพยายามต่อกันเถอะ”

เราเดินไปรอบๆ Gerly utca และหยุดลงที่หน้าบาร์

“ ดังนั้น” Andrea พูด และมองลงไปยังบันไดของห้องเก็บไวน์ “ นี่คือที่ที่คุณมาทุกๆเย็น”

หน้าผมเริ่มแดง “ ผมขอโทษ” ผมพูด

“ฉันล้อเล่นน่า ที่รัก” เธอพูดขำๆ “ดูนี่ ทางเข้าของที่นี่คือประตูอีกบาน มันเป็นการง่ายที่คุณจะมองผิดว่าเขาเข้าไปในประตูไหนระหว่างที่หิมะตกตอนมืดๆอย่างนั้น”

“ใช่ คุณพูดถูก” ผมตอบ

แต่ผมก็ยังครุ่นคิดเกี่ยวกับความจริงที่ว่าไม่มีรอยเท้าบนหิมะเลย

ภายในตัวตึก เราพบกับคนทำความสะอาดอีกคนหนึ่ง คราวนี้เป็นพ่อบ้านอายุราวๆ50ปี เขาทำงานที่นี่มา12ปีแล้ว เราก็ถามคำถามเดิมที่เคยถามมาแล้ว แต่คำตอบที่ได้คือ เขาไม่เคยเห็นคนที่เหมือนผมเลย
ผมรู้สึกแย่มากๆหลังจากได้รับคำตอบที่สอง ผมคิดว่า Andrea จะคิดว่ามันต้องมีอะไรแปลกๆเกิดขึ้นกับผมแน่ แต่ Andrea จับมือผมไว้

“มาเร็ว” เธอพูดขำๆ “ ไปหาอะไรดื่มในบาร์ที่โด่งดังของคุณกันเถอะ”

ผมประหลาดใจมากที่ผมยังไม่มีเวลาพูดอะไรเลยตอนที่ตามเธอลงไปตามบันได

บาร์เทนเดอร์ต้อนรับผมด้วยรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรและเรื่องเล่าตลกๆ ผมแนะนำเขาให้ Andrea รู้จัก หลังจากนั้นเราก็หยิบไวน์และเดินไปที่มุมว่างๆของร้าน และคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“มีเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องทั้งหมดเลย Andrea ” ผมพูดเมื่อเราดูเหมือนว่าจะคุยกันจนหมดเรื่องคุยแล้ว “ผมรู้ว่ามันฟังดูแปลกๆนะ แต่ผมไม่คิดว่าคนนั้นน่ะเหมือนผมหรอก เขาคือตัวผมเลยหละ”
ผมเคยบอกเธอเรื่องนี้ไปแล้วก่อนหน้านี้ที่ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังครั้งแรก แต่ตอนนั้นเธอหัวเราะและบอกว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่ผมรู้สึกลึกๆว่า ผมพูดถูกต้อง

“ แต่ John คะ” เธอถาม “ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ”

“ผมก็ไม่รู้สิ ที่รัก” ผมตอบ “ผมแค่รู้สึกได้เท่านั้น” บางทีเราอาจจะไม่ต้องหาว่ามีใครอยู่ในตึกเหล่านั้นแล้วก็ได้ บางที เราควรหาคนที่ เอ่อ....คนที่ตายไปแล้วน่ะ แล้วก็หาว่าตอนนี้ผมเป็นใคร”

Andrea มองที่ผมอย่างยากลำบาก

“ John ” เธอพูด “ฉันไม่เคยได้ยินคุณพูดเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย คุณหมายความว่าอะไร”

“ผมขอให้ผมรู้ว่าผมหมายความว่าอย่างไร” ผมพูดออกมาด้วยความยากลำบาก “ สิ่งที่ผมรู้ทั้งหมดคือผมมีไอเดียแปลกประหลาดอยู่ในหัวผม และมันบอกว่าเรื่องเหล่านี้สามารถเป็นไปได้”

เราดื่มกันเสร็จและออกจากบาร์มาโดยไม่พูดกันเลย

“Andrea” ผมพูด เมื่อเราเดินกลับบ้าน “ คุณต้องเชื่อผมนะ ผมต้องการให้คุณช่วยเข้าใจผมหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผม”

“ ฉันกำลังพยายามที่จะเชื่อคุณนะ ที่รัก” เธอตอบ และหันมาที่ผม “แต่มันแค่ยากที่จะเข้าใจเท่านั้นเอง”

“มันยากสำหรับผมเหมือนกัน” ผมบอก

how-i-met-myself บทที่ 5

บทที่ 5 ผมตัดสินใจบอก Andrea

และแล้วชีวิตใหม่ของผมก็เริ่มต้นขึ้น ทุกวันหลังเลิกงานผมจะไปคอยที่หน้าตึกหมายเลข7 Felka utca และผมก็ใช้เวลาที่เหลือในบาร์ และทุกๆคืนผมก็จะฝันในเรื่องเดิมๆและตื่นขึ้นมาในความมืดพร้อมกับความรู้สึกหวาดกลัว และถ้าผมพยายามจะกลับไปนอนหลับอีกครั้งผมก็จะฝันเรื่องเดิมอีกครั้ง แต่ว่าถ้าผมไม่กลับไปนอน ผมก็จะนอนคิดและพยายามจะเข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับผม ด้วยเหตุนี้ทุกๆเช้าผมจึงรู้สึกเหนื่อยมากๆและผมก็เริ่มแสดงและกระทำกิริยาไม่ดีต่อ Andrea ผมรู้สึกแย่มากๆเนื่องจากความฝัน และยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้นไปอีกเมื่อคิดว่า Andrea ยังไม่รู้ว่าทำไมผมจึงกลับบ้านช้าทุกๆวัน และผมก็ยังไม่เคยได้บอกความจริงแก่เธอ
ตอนนี้เรื่องต่างๆในที่ทำงานกลายเป็นเรื่องที่ยากสำหรับผม ผมไม่สามารถจะคิดเรื่องที่สำคัญๆและควรจะทำได้เลย และแย่ยิ่งไปกว่านั้น วันต่อมาผมทะเลาะกับ Andrea เพราะเธอไม่เข้าใจว่าทำไมผมจึงต้องไปที่บาร์ทุกๆคืน ผมคิดว่าผมยังบอกเธอไม่ได้และด้วยเหตุที่ว่าผมรู้สึกแย่มากๆทำให้ผมดื่มไวน์หนักขึ้น

ตอนนี้ผมใช้เวลาในบาร์ยาวนานมากกว่าเดิม เพราะว่าผมไม่กล้าที่จะกลับบ้านไปนอนและต้องเผชิญหน้ากับฝันเดิมๆที่น่ากลัว ด้วยเหตุนี้เมื่อผมกลับถึงบ้านหลังจากดื่มอย่างหนักในคืนวันพฤหัสผมก็พบว่า Andrea ได้นอนหลับไปแล้ว

ในวันศุกร์ ผมกลับบ้านดึกเหมือนเคยแต่ผมพบว่าเธอยังรอผมอยู่ด้วยท่าทางที่ไร้ความสุข หน้าเธอขาวซีดและดวงตาที่เคยเป็นสีฟ้าสดใสของเธอก็เปลี่ยนเป็นสีแดงหลังจากการร้องไห้

“John” เธอพูดในขณะที่ผมกำลังหยิบชีสและขนมปังมากิน

“ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

ผมไม่ได้ตอบเธอขณะที่กินขนมปังอยู่

“John” เธอพยายามอีกครั้ง “คุณต้องบอกฉันมาว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น คุณเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ได้โปรด ......พูดกับฉันทีซี่”

ผมหันไปมองเธอ เธอเป็นผู้หญิงสุดมหัศจรรย์ที่ผมรักมากและผมก็ตระหนักว่าผมได้ทำร้ายเธอ ผมรู้สึกแย่มากๆและเริ่มร้องไห้

เธอกอดผมและพูดกับผมเบาๆเหมือนกับผมเป็นเพียงเด็กเล็กๆ เธอจับหน้าของผมไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง

“บอกฉันมา ที่รัก” เธอพูดเบาๆ “ฉันต้องการจะช่วยคุณ”

ดังนั้นผมก็บอกเธอไปจนหมดทุกอย่าง คำต่างๆพรั่งพรูออกจากปากของผมอย่างรวดเร็วและเมื่อผมเล่าจบ เธอก็หัวเราะและหัวเราะ

“มันไม่ตลกเลยนะ” ผมพูดอย่างโกรธๆ

“ไม่ๆๆที่รัก” เธอตอบ “มันไม่ตลกเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ฉันรู้สึกดีใจมาก” เธอหยุดหัวเราะและพูดต่อในน้ำเสียงที่จริงจัง “นี่ ฉันนึกว่าคุณมีผู้หญิงคนใหม่ต่างหาก”

หลังจากนั้นเราก็กอดและจูบกันเป็นเวลานาน และเธอก็บอกให้ผมเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟังอีกรอบหนึ่งในแบบช้าๆ เธอคอยถามผมตลอดเวลาและพยายามที่จะจดจำข้อมูลในทุกๆตอนของเรื่อง

“งั้น” เธอพูด “พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ และเราทั้งคู่ไม่ต้องไปทำงาน เราจะไปที่ตึกหมายเลขเจ็ด Felka utca และค่อยถามคนที่อยู่แถวๆนั้นกัน ฉันแน่ใจว่าเราจะหาคำตอบได้ในไม่ช้า”

ผมดีใจมาก เธอช่างเป็นคนที่ทั้งอ่อนหวานและดีเหลือเกิน ผมแน่ใจว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะดำเนินไปได้ด้วยดี


how-i-met-myself บทที่ 4

บทที่ 4  7 Felka Utca

ขณะที่กำลังเดินไปทำงานในวันรุ่งขึ้น วันอังคาร ผมก็วางแผนสำหรับตอนเย็นนี้ไปด้วย ผมมาย้อนนึกถึงเมื่อคืน ชายหน้าคนนั้นวิ่งออกมาจากตึกประมาณห้าโมงเย็นถึงหนึ่งทุ่ม ซึ่งเป็นเวลาที่ข่าวช่วงหนึ่งทุ่ม เริ่มฉายที่บาร์ ระหว่างที่เขาชนผมกับเวลาที่ข่าวออกมันเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ และผมอยากไปที่นั่นอีกครั้งในเวลาเดิม

ดูเหมือนว่าเวลาในวันนี้จะผ่านไปช้ามาก ที่สำนักงานวันนี้ผมมีนัดกับ Peter เรื่องที่เราเถียงกันวันก่อน เราสามารถตกลงกันได้ในที่สุด ผมกินข้าวกลางวันในโรงอาหารของสำนักงานตามเคย เพียงแต่ไม่ได้ปริปากคุยกับใครไปเกินกว่าคำหรือสองคำ ในระหว่างวันก็มีคนมาถามว่าไม่สบายหรือเปล่า ผมตอบไปว่าสบายดี แค่คิดถึงปัญหาเรื่องงาน เย็นวันนั้นผมออกจากสำนักงานประมาณหกโมงแล้วเดินอย่างรวดเร็วไปยังถนนที่ได้พบกับชายคนนั้นครั้งแรก ไม่ช้าผมก็เจอประตูบานนั้น มันคือเลขที่ 7 felka utca ขณะที่ผมกำลังรอก็จ้องมองถนนอย่างระมัดระวัง มันดูสั้นและมืดมาก และยังคงมีร่องรอยหิมะตกค้างจากเมื่อวาน อีกฝั่งของถนนนั้นเต็มไปด้วยแฟลตที่สร้างขึ้นในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ถึงต้นๆ ศตวรรษที่ 20 ซึ่งส่วนใหญ่จะดูสกปรกและมีสภาพที่แย่ และในบางแฟลตยังคงสามารถมองเห็นรูที่กระสุนปืนได้ทิ้งเอาไว้ในช่วงการปฏิวัติในปี 1956 แต่ละแฟลตล้วนมีความสูงไม่ต่ำกว่าห้าชั้น ในเวลานี้ก็มีไฟจากห้องครัวเล็ดลอดออกมาเพียงห้องหรือสองห้องเท่านั้น

ผมรอ เดินวนไปวนมาช้าๆ อากาศไม่มีทีท่าจะอุ่นขึ้น ผมมีความรู้สึกเหมือนเป็นนักสืบในหนังอเมริกัน ถึงแม้จะพอมีคนเดินผ่านถนนสายนี้บ้าง แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะต่างกับเมื่อวานตรงไหน ยังคงเงียบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของผู้คนที่ผ่านไปมานั้น เวลากระชั้นเข้ามา ผมยืนตรงข้ามกับทางเข้าหมายเลข 7 ยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นกระทั่งหนึ่งทุ่ม มีหญิงคนหนึ่งจูงสุนัขของเธอเดินตรงเข้าไปยังทางเข้า และผมมั่นใจว่าไม่มีใครแถวนั้นที่คล้ายกับผมเลย

ผมตัดสินใจที่จะเดินไปยังประตูหมายเลข 7 แล้วมองดูชื่อข้างๆ กริ่งประตูของแต่ละแฟลตแม้ว่าจะไม่รู้ว่าจะหาไปเพื่ออะไร ซึ่งมีแต่ชื่อครอบครัวชาวฮังการีแสนธรรมดากับบริษัทเล็กๆ สองสามแห่งที่มีสำนักงานอยู่ที่ชั้นล่างของตึก

หลังจากนั้นผมก็เดินไปที่บาร์เดิม ผมเดินผ่าน Felka utca ข้ามถนนไปยัง Gergely utca แล้วรีบลงไปในห้องควันโขมงก่อนจะสั่งไวน์แดงมาแก้วหนึ่ง บาร์เทนเดอร์จำผมได้และทักผม

“คุณเจอเพื่อนของคุณหรือยัง?” เขาถาม

ผมประหลาดใจมาก “โทษที อะไรนะ?” ผมรีบตอบจนเกือบสำลักไวน์ในปาก

“คนที่คุณตามหาเมื่อคืน” เขาพูด “คุณพบเขาไหม?”

“ไม่ล่ะ ผมเกรงว่าผมไม่เจอเขา” ผมตอบ “และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมมาที่นี่วันนี้ หวังว่าจะเจอเขานะ”

“แล้วเขาหน้าตาเป็นยังไง เพื่อนของคุณน่ะ?” เขาถามผมอีก

“คือว่า เอ่อ… เขา…” ผมหยุด บาร์เทนเดอร์หนุ่มจ้องมาที่ผม “คือเขาดูเหมือนผมมากน่ะ”

“ผมไม่สามารถบอกคุณได้ว่าผมได้เจอกับใครที่ดูเหมือนคุณที่นี่เลย” เขาพูด “แต่เพราะผมเพิ่งจะซื้อร้านนี้มาคงประมาณ 6 อาทิตย์ได้แล้วล่ะ ฉะนั้นผมจึงไม่สามารถรู้จักกับทุกคนที่เข้ามา รู้แต่พวกที่อยู่ในนี้ตอนนี้เท่านั้นแหละ”

ชายคนหนึ่งเดินมาที่บาร์ผมจึงหลีกทางให้แล้วหันกลับไปดูข่าวให้จบแล้วจิบไวน์ไปเรื่อยๆ ผมมองไปยังคนในห้อง ทุกคนคือคนที่ผมเห็นเมื่อคืน แต่กลับไม่มีคนที่หน้าเหมือนผมเลย ผมจึงตัดสินใจว่าควรกลับบ้าน
เมื่อผมถึงบ้าน ผมพอใจมากที่ได้เห็นข้อความของ Andrea บนโต๊ะห้องครัว มันเขียนไว้ว่าเธอออกไปสอนพิเศษให้กับนักเรียนใหม่คนหนึ่ง ผมจึงไม่ต้องมานั่งแต่งเรื่องถึงที่ๆ ผมไปมาอีก


* * *

คืนนั้นผมฝันประหลาดมาก ในฝันผมได้ยินเสียงปิดประตูดังมาก ผมวิ่งออกมาจากตึกแล้วพุ่งไปชนใครตนหนึ่ง เขาล้มลง ผมหันไปเพื่อที่จะขอโทษ และพบว่าคนที่นอนอยู่นั่นคือตัวผมเอง ผมตื่นขึ้นกลางดึก รู้สึกทั้งกลัวและหนาวสั่นในความมืด แม้ว่าห้องนอนนั้นจะอุ่นมาก แต่สิ่งที่แปลกคือในความฝัน ทุกอย่างกลับกันไปหมด เพราะในฝันนั้นผมเป็นคนวิ่งออกจากตึก ไม่ใช่ชายผู้นั้น แล้วพอผมมองชายที่นอนกองกับพื้น เขาก็คือตัวผม

ทันใดนั้น Andrea ก็ลืมตาตื่นขึ้น

“มีอะไรรึเปล่าคะ ที่รัก?” เธอถามด้วยน้ำเสียงงัวเงียขณะพยายามจะเปิดไฟ

ผมพูดอะไรไม่ออกเลย เธอลุกขึ้นนั่งแล้วมองมาที่ผม

“คุณดูไม่ดีเลย” เธอพูด ฟังดูกังวลใจมาก “คุณไม่สบายรึเปล่าคะ?”

“เปล่า” ผมเริ่มพูด “เปล่า คือผมแค่…แค่…ผมแค่ฝันไป”

“โถ ที่รัก” เธอปลอบผมและจูบผมเบาๆ ที่แก้ม “ คุณควรจะพักผ่อนเสียบ้างนะคะ”

ผมเอนตัวลงนอนอีกครั้ง Andrea ผิดไฟแล้วทุกอย่างก็กลับสู่ความมืด แต่ผมก็ยังนอนเฉยๆ อยู่อย่างนั้น มองไปรอบๆ ดูความฝันของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยโรงภาพยนตร์ส่วนตัวในหัวผมเอง
ผมรู้สึกกลัวมาก ผมไม่เข้าเลยว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ผมกลัวอยู่


how-i-met-myself บทที่ 3

บทที่ 3 การค้นหา

จากนี้ผมจะเล่าเรื่องของผมต่อ

ผมนอนอยู่บนพื้นหิมะ พยายามเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น ความคิดแรกของผมคือ “ชายคนนั้นไปไหนแล้ว?” ผมมองไปสุดถนนและก็ทันเวลาที่เห็นเขาวิ่งไปทางขวาขวาที่มุมตึกข้างหน้านั่น

ผมลุกขึ้นทันทีและปัดหิมะออกจากตัวและวิ่งตามหลังชายคนนั้นไป เขาข้ามไปยังอีกฝากถนนและเดินไปยังถนนอีกสายหนึ่ง เมื่อผมไปถึงมุมตึกผมก็เห็นเขาเดินไปยังทางเข้าประตู ผมเดินอย่างรวดเร็วตามถนนที่ไร้ผู้คนและพบว่านั่นเป็นทางลงไปยังห้องเก็บไวน์ที่อยู่ใต้แฟลตและต้องเดินลงไปอีกเพื่อเข้าไปข้างใน มันเป็นสถานที่ที่ผู้ชายใช้แรงงานจะมาเพื่อดื่ม พูดคุยและสูบบุหรี่กัน ผมมองลงไปที่ขั้นบันได มันมีเสียงคุยเบาๆดังออกมา รวมถึงกลิ่นไวน์และบุหรี่ที่ลอยมาเตะจมูก

ผมยืนท่ามกลางหิมะขณะที่ในใจก็คิดว่าควรทำอย่างไรดี แต่ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรดลใจให้เข้าไปในนั้นทั้งๆ ที่ไม่มั่นใจว่าจะเจออะไรบ้าง ผมก้มลงมองรอยเท้าของตัวเอง รอยดำๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นบนหิมะที่ตกมาหมาดๆ มันเป็นรอยเท้าของตัวผมเอง แล้วชายคนนั้นล่ะ อยู่ไหน จิตใจของผมคิดวนเวียน และพยายามที่จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก้าวลงไปที่ห้องเก็บไวน์นั่น มันเป็นครั้งแรกที่ผมเข้าบาร์แบบนี้

ข้างในนั้นมืดและอุ่นต่างจากด้านนอกมาก ผมค่อยๆปรับสายตากับความมืด และมองไปรอบๆ แต่กลับเจอเพียงแค่กลุ่มผู้ชายไม่กี่คนในชุดทำงานที่คุยกันไปจิบไวน์ไป ผมมองไปที่เคาน์เตอร์ที่ซึ่งผมคาดว่าจะพบกับชายที่ผมกำลังตามหายืนซื้อเครื่องดื่มอยู่ แต่ตรงนั้นกลับมีเพียงชายหนุ่มผมสีอ่อนที่นั่งคุยกับบาร์เทนเดอร์ ทั้งๆ ที่ร้านก็ไม่ใหญ่และผมก็เดินมองทุกซอกมุมอย่างละเอียดแล้วก็ตาม
ไม่มีวี่แววชายคนนั้นเลย ผมจึงเดินไปที่เคาน์เตอร์

“คนนั้นไปไหนแล้ว?” ผมถามบาร์เทนเดอร์

“คนไหน?” เขาถามกลับมา

“ก่อนที่ผมจะเข้ามา…” “มีอีกคนเข้ามา แล้วตอนนี้เขาอยู่ไหน?”

บาร์เทนเดอร์มองหน้าหนุ่มผมทองราวกับจะพูดว่า “ไอ้บ้าคนนี้เป็นใคร?” ผมจึงตระหนักว่าคำที่ผมพูดนั้นมันแปลกจริงๆ

“ผมขอโทษ” ผมเริ่มอีกครั้ง “ผมแค่อยากจะหาเพื่อนเท่านั้นเอง ผมนึกว่าเขาเพิ่งเข้ามาที่นี่ คุณแน่ใจนะว่าไม่มีใครเข้ามาก่อนผม?”

“ลองไปดูเองนะ” เขาพูดพร้อมชี้ไปที่คนที่อยู่ในนี้

“แต่ไม่มีห้องอื่นในนี้แล้วนี่นา?” ผมถาม

“มีแค่ห้องน้ำ” บาร์เทนเดอร์บอกอีกครั้งพร้อมมองไปที่ห้องน้ำ ผมจึงเดินไปเปิดประตู มันทั้งอับและสกปรก และไม่มีใครอยู่

ผมไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อดี จึงตัดสินใจจะอยู่รอดูสักพัก

“ขอไวน์แดงแก้วหนึ่งครับ” ผมพูดกับบาร์เทนเดอร์ทันทีที่เดินกลับไปยังเคาน์เตอร์ ผมรอสักพักก็ได้ไวน์แดงมา ผมจึงจ่ายเงินก่อนที่จะเดินไปหาที่ว่างๆในร้าน

แต่ที่นี่ไม่มีเก้าอี้เลย ผมจึงไปยืนพิงกับโต๊ะดูข่าวในโทรทัศน์ที่อยู่มุมร้านเพื่อฆ่าเวลา Andrea ไม่รู้ว่าผมอยู่ที่ไหน ไม่มีใครเดินเข้ามาหรือออกไป ผมดื่มไวน์เพิ่มอีกแก้ว หลังจากนั้นชั่วโมง ผมก็ออกจากบาร์ ทั้งๆที่ยังไม่เข้าใจอะไรเลย และไม่ใช่ที่ว่าผมดื่มไวน์มากไปตอนท้องว่าง

* * *

“ตัวคุณมีแต่กลิ่นไวน์กับกลิ่นบุหรี่!” Andrea ถาม ขณะที่ผมกำลังถอดเสื้อโค้ทและรองเท้าบู้ทออก “คุณไปทำอะไรมาคะ?”

“โอ้ ผมแค่ไปดื่มกับ Peter เท่านั้น” ผมพูด “เรามีเรื่องถกเถียงกันเรื่องงานนิดหน่อยวันนี้ ผมเลยอยากจะคุยให้รู้เรื่องเพราะเรามีประชุมสำคัญพรุ่งนี้”

อย่าคิดกับผมอย่างนั้นสิ ปกติผมจะพูดเรื่องจริงกับภรรยาผมนะ แต่ผมตัดสินใจแล้วว่ามันคงจะดีกว่าถ้าไม่บอกความจริงในเรื่องนี้ เวลาผมนึกถึงมัน มันฟังดูโง่ๆยังไงไม่รู้ มีคนโผล่มาจากตึก วิ่งมาชนผมล้มลงไปบนหิมะ คนๆนั้นหันมาพูดขอโทษ ผมเห็นว่าคนนั้นเหมือนกับผมมาก แล้วพอผมตามเขาไป เขาก็ไม่ทิ้งรอยเท้าเอาไว้เลย และเขาก็ไม่ได้อยู่ในห้องเก็บไวน์ทั้งๆที่ผมเห็นเขาเข้าไป มันฟังดูเป็นอะไรที่โง่มาก ดังนั้นผมจึงบอกภรรยาไปเกี่ยวกับ Peter แต่เก็บความจริงไว้ ถ้ามันเป็นความจริงนะ

จนถึงตอนนี้ ผมเองก็ยังไม่มั่นใจว่าผมได้เจอกับใครบางคนที่เหมือนกับผมจริงๆ แต่พอผมได้ไปล้างมือในก่อนมื้อค่ำแล้วมองหน้าตัวเองในกระจก ผมรู้ได้ทันทีว่าผมคิดถูก สิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่แค่ใครบางคนที่คล้ายกับผม แต่มันคือ “ตัวผม” ที่ผมเจอ

คืนนั้นผมนอนไม่หลับจริงๆ และยังคงคิดวนเวียนถึงเรื่องเดิมที่เกิดขึ้น Andrea รู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ เธอขยับมาใกล้ผมอีกแล้วเอื้อมมือของเธอมาโอบกอดผมไว้

“เป็นอะไรหรือ ที่รัก?” เธอกล่าวกับผมเบาๆ

“อ๋อ เปล่าหรอก” ผมตอบ “แค่ปัญหาเรื่องงาน ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก”

แล้วผมก็จูบเธอเบาๆ

ก่อนที่จะได้พบกับตัวเอง ผมเอาแต่คิดว่าตัวเองเป็นเพียงคนธรรมดาที่ฉลาดคนหนึ่ง ผมคิดว่าผมเข้าใจว่าโลกรอบตัวผมเป็นไปอย่างไร แม้ว่าจะเป็นโลกใหม่ใน Budapest ก็ตาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืนนั้นได้เปลี่ยนบางอย่างในตัวผม และก็เป็นสิ่งที่ไม่อาจลบออกจากใจไปได้ ผมยังคงเห็นภาพตัวเองที่นอนบนพื้นของถนนที่มืดและปกคลุมไปด้วยหิมะและผมก็มองขึ้นไปยังตัวผมเอง ผมกลัวมากอย่างบอกไม่ถูก


how-i-met-myself บทที่ 2

บทที่ 2 มารู้จักตัวผมกัน

บางทีผมคิดว่ามันน่าจะดีกว่าถ้าหากผมบอกเรื่องราวเกี่ยวกับตัวผมเองก่อนที่จะเล่าเรื่องที่เหลือต่อ ผมชื่อ John Taylor, ผมอายุ 34 ปี สูงเกือบสองเมตร มีผมและตาสีน้ำตาลอ่อน มีหนวด ผมเป็นนักเขียนโปรแกรม ,เมื่อ 4 ปีก่อน บริษัทของผมในเมือง Bristol ได้ถูกบริษัทคอมพิวเตอร์ข้ามชาติขนาดใหญ่ที่คุณคงรู้จักถ้าผมบอกชื่อออกไปผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมัน ผมได้รับโอกาสให้มาทำงานที่ Budapest เพราะที่นี่ต้องการคนที่สามารถนำทีมงานชาวฮังการีที่ยังอ่อนประสบการณ์ให้สามารถทำงานที่สำคัญได้ ผมรู้สึกดีใจมาก มันเป็นงานที่ดีกว่าในบริษัท และผมก็คิดว่าคงจะน่าสนใจมากเลยทีเดียวที่จะมาทำงานในต่างแดนโดยเฉพาะเป็นที่ๆ ผมไม่เคยไปมาก่อน

ผมก็เหมือนๆ กับชาวอังกฤษทั่วไป ผมคิดว่าผมก็รู้ 3 สิ่งเกี่ยวกับฮังการีคือ 1.มีแม่น้ำดานูบตัดเมืองออกเป็นสองฝั่งที่เรียกว่า Buda และ pest 2.ทีมฟุตบอลของฮังการีเคยถล่มทีมชาติอังกฤษมาแล้ว 6 ประตูต่อ 3 3.ที่นี่ผู้คนจะกินสตูเนื้อวัวร้อนๆ อยู่ตลอดเวลา

ที่นี่มีสิ่งที่ต้องเรียนรู้มากมาย และผมก็เรียนรู้ได้เร็วมาก!!

บริษัทส่งผมไปเรียนภาษาฮังการีในโรงเรียนกวดวิชา ภาษาฮังการีช่างแตกต่างกับภาษาอังกฤษ ผมได้เรียนแบบตัวต่อตัวกับครูผู้น่ารักคนหนึ่ง ชื่อ Andrea เธอเป็นหญิงสาวชาวฮังการีที่น่ารัก ผมของเธอมีสีน้ำตาลเข้ม ตาของเธอเป็นสีฟ้า และมีรอยยิ้มที่สวยงาม เธอดูเหมือนจะเข้าใจผมดีมากทีเดียว เราจึงเรียนในห้องไม่นานก็กลายมาเป็นเรียนนอกห้อง เราค่อยๆตกหลุมรักกัน และหลังจากนั้นอีก 18 เดือน เราก็แต่งงานกัน

ในแต่ละวันผมจะเดินไปทำงานและกลับมายังแฟลตของผมในตำบลที่ 13 ผมทำงานในสำนักงานใหม่ที่ Vaci utca, ผมใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการเดินทางไปถึงที่นั่น เวลาทำงานคือช่วงแปดโมงครึ่งถึงหกโมงเย็น ผมสนุกกับงานมาก ภายในสำนักงานก็ตกแต่งอย่างดี สว่างและทันสมัย ผมรักเพื่อนร่วมงานทุกคนด้วย
Andrea ทำงานคนละช่วงเวลากับผม เธอต้องสอนภาษาฮังการีให้กับนักเรียนชาวต่างชาติในโรงเรียนและบริษัทหลายแห่ง รวมไปถึงรับสอนพิเศษที่บ้านในบางคราว

เราอาศัยอยู่ในฝั่ง Pest ของเมืองซึ่งไม่ห่างจากแม่น้ำดานูบมากนัก ส่วนเดิมของตำบลที่ 13 หรือที่ที่เราอยู่คือถนนแคบๆ ที่เต็มไปด้วยร้านค้า บาร์ ร้านอาหาร มันทำให้รู้สึกได้ถึงความเป็นเมืองที่เก่าแก่ และหนึ่งในถนนแคบๆ เหล่านี้เองที่ผมได้เจอ “ตัวเอง”